เมื่อวันที่ (30 มิ.ย. 61) รองศาสตราจารย์ นาฎสุดา ภูมิจำนงค์ อาจารย์ประจำคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ ม.มหิดล เปิดเผยว่า ภายในถ้ำหลวงยังเป็นถ้ำที่มีระบบน้ำไหลอยู่ข้างในค่อนข้างสม่ำเสมอ แต่ช่วงที่ไปทำการศึกษาเป็นช่วงหน้าแล้งของเดือนมีนาคม โดยมีเจ้าหน้าที่จากกรมป่าไม้นำทางเข้าไปสำรวจซึ่งในตอนนั้นสามารถเข้าไปสำรวจได้เพียง 800 เมตรเท่านั้น เนื่องจากเดินเข้าไปเรื่อยๆจะมีทางแยกและช่องแคบให้มุดเข้าไปแต่ในขณะนั้นทางทีมงานไม่ได้เตรียมอุปกรณ์เซฟตี้เข้าไป แต่ในระหว่างทาง 800 เมตรที่เดินสำรวจมีอุปสรรคมากมายอย่างเช่น ส่วนที่ถ้ำเคยถล่มและทางมุด ช่องแคบ ขนาดเข้าไปในช่วงหน้าแล้งภายในถ้ำยังมีหลายจุดที่เป็นพื้นที่เปียกชื้น จึงทำให้เข้าใจว่าหน่วยงานที่เข้าไปช่วยน้องทั้ง 13 คน ในถ้ำต้องเจออุปสรรคและความยากลำบากมากแน่นอนดำน้ำในทะเลยังง่ายกว่าดำน้ำในถ้ำ
ส่วนตัวคิดว่าค่อนข้างยากพอสมควรในการเจาะผนังถ้ำเข้าไป เนื่องจากว่าตรงตำแหน่งปากถ้ำสูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 400 กว่าเมตร ส่วนจุดสูงสุดของถ้ำความสูงจากระดับน้ำทะเล 800-900 เมตร นั้นหมายความว่าความหนาของถ้ำอยู่ประมาณ 300-400 เมตร แต่ก็เชื่อว่าทุกหน่วยงานที่ไปช่วยเด็กทั้งหมดต้องช่วยกันอย่างสุดความสามารถ