ผู้เชี่ยวชาญ “สำรวจค้างคาว” ชี้เมื่อพบ 13 ชีวิตติดถ้ำหลวง ไม่จำเป็นต้องกักบริเวณ

โดย PPTV Online

เผยแพร่

นอกจากแผนการซักซ้อมเคลื่อนย้ายผู้ป่วย แพทย์ในพื้นที่ยืนยันความพร้อมปฐมพยาบาลผู้สูญหายทั้ง 13 คน ทันทีที่พบตัว  ตามหลักการสิ่งที่แพทย์ต้องเร่งดำเนินการทันทีที่พบตัวผู้สูญหาย คือการ เพิ่มอุณหภูมิในร่างกายเนื่องจากทั้งหมดอยู่ในพื้นที่ที่มีความชื้นสะสมเป็นเวลานาน  ส่วนแนวทางการกักพื้นที่เพื่อควบคุมโรค เพราะภายในถ้ำมีค้างคาวอาศัยอยู่ ผู้เชี่ยวชาญด้านค้างคาวมองว่าอาจไม่ได้มีความจำเป็นมากนัก

วันนี้ (30 มิ.ย.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊กสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ หรือ สพฉ.1669 โพสต์ข้อความเกี่ยวกับแนวทางปฎิบัติของบุคลากรทางการแพทย์ เนื้อหาหลักคือการแนะนำให้ บุคลากรทางการแพทย์ควรคำนึงถึงความปลอดภัยทั้งต่อผู้ทำหน้าที่ค้นหา และผู้ประสบภัย และป้องกันการเกิดก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ จากการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ เครื่องมือช่วยเหลือ และหากจะเคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกจากถ้ำ อาจต้องสวมหมวกนิรภัยให้ผู้ประสบภัยด้วย รวมทั้งหน้ากากกันฝุ่นละออง 

ข้อมูลนี้สอดคล้องกับนพ.ไพโรจน์ บุญศิริคำชัย รองเลขาธิการ สพฉ. ที่ให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับทีมข่าวพีพีทีวี ที่ระบุว่า ทีมงานชุดแรกที่หากพบตัวทีมฟุตบอลหมูป่าและโค้ช คือ หน่วยซีล และทหารที่มีความรู้ด้านการปฐมพยาบาล จึงเชื่อว่าจะสามารถดูแลทีมนักฟุตบอลและโค้ชได้ ขณะที่การปฐมพยาบาลเบื้องต้น ควรเน้นการดูแลระบบทางเดินหายใจ และ อุณหภูมิของร่างกาย ส่วนกรณีที่บุคคลภายนอกอาจเข้าใจว่าต้องรีบให้ทั้งหมดรับประทานอาหารเพราะขาดอาหารเป็นเวลานาน นพ.ไพโรจน์ ระบุว่า ตามหลักการแพทย์อาจสามารถให้กินน้ำตาลก่อนเป็นอันดับแรก

ด้าน พญ.วลัญช์รัตน์ แสงพนัสธาดา แพทย์โรงพยาบาลตำรวจให้ข้อมูลว่าหากค้นหาผู้สูญหายทั้ง 13 คน พบ สิ่งที่ควรเร่งดำเนินการเพื่อให้ความอบอุ่นกับร่างกาย หากออกมาจากถ้ำ เพราะโดยทั่วไปแล้ว อุณหภูมิในถ้ำค่อนข้างต่ำ การอยู่ในถ้ำเป็นเวลานาน อาจทำให้เด็กสูญเสียความร้อนในร่างกาย รวมถึงมีความเสี่ยงสูงว่าอาจพบอาการปอดติดเชื้อ เพราะสภาพภายในถ้ำมีความชื้นค่อนข้างสูง  ส่วนการที่ทั้ง 13 คน อยู่ในที่มืดเป็นเวลานาน หลังออกจากถ้ำควรสวมใส่แว่นตากันแดด หรือ มีผ้าปิดตา เพื่อให้เซลส์ประสาทตามีระยะเวลาปรับสภาพก่อน


 

ส่วนประเด็นที่ถูกวิพากย์วิจารณ์ว่าหากพบทีมนักฟุตบอลและโค้ชทั้ง 13 คน ต้องกักพื้นที่เพื่อควบคุมโรคก่อน แต่ข้อมูลของผู้ช่วยศาสตราจารย์ธงชัย งามประเสริฐวงศ์ อาจารย์ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้เชี่ยวชาญด้านการสำรวจค้างคาวในถ้ำ มองว่าเป็นลักษณะทางกายภาพที่ชัดเจนว่าถ้ำหลวงฯเป็นถ้ำเปิด มีอากาศถ่ายเทในพื้นที่ตลอด  การเฝ้าระวังโรคที่เกิดจากค้างคาวจึงอาจไม่จำเป็นต้องเข้มงวดมากนัก เพราะ แม้ว่าค้างคาวจะเป็นสัตว์ที่มีเชื้อโรคแต่หากมีปริมาณน้อย ความเสี่ยงในการติดโรคก็จะลดลงตามไปด้วย เช่นเดียวกับการสัมผัสค้างคาว ซึ่งมีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมาก แม้ในถ้ำที่มีความมืดจนมนุษย์ไม่สามารถมองไม่เห็นได้ แต่ค้างคาวสามารถมองเห็น ซึ่งตามปกติค้างคาวจะไม่เข้ามาใกล้มนุษย์

ทั้งนี้ผู้ช่วยศาสตราจารย์ธงชัย ระบุว่า แม้จะไม่จำเป็นต้องจัดพื้นที่เฝ้าระวังพิเศษ แต่หากพบตัวผู้สูญหายทั้ง 13 คน ควรสังเกตอาการต่างๆเพื่อตรวจดูว่ามีความผิดปกติทางร่างกายหรือไม่ 

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

EXCLUSIVE Talk คุยข้ามช็อต

EXCLUSIVE Talk คุยข้ามช็อต

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ