วันนี้ ( 7 ก.ค.61) เมื่อเวลา 10.45 น. นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายในวนอุทยานถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน เปิดเผยหลังจากการประชุม ว่า ภารกิจหลักคือต้องเตรียมความพร้อมในทุกๆด้านเหมือนเดิม และยึดแนวปฏิบัติตั้งแต่วันแรก วันนี้เป็นวันที่ 15 ของปฏิบัติการช่วยเหลือทั้ง 13 ชีวิต ภารกิจนั้นมี 3 ภารกิจ คือ การค้นหา กู้ภัย และการส่งกลับ โดยความยากง่ายของการค้นหาอยู่ที่ประมาณ 25 เปอร์เซ็นต์ เหมือนการงมเข็มในมหาสมุทรให้เจอ ตอนนี้เราทำได้แล้ว ส่วนการกู้ภัย ความยากอยู่ที่ 50-60 เปอร์เซ็นต์ สถานการณ์ที่พบอยู่ตอนนี้ทั่วทั้งโลกก็ต่างบอกว่า ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ส่วนการส่งกลับนั้นไม่ยากมาก สามารถควบคุมได้ โดยสถานการณ์ที่นี่ย้อนไปเมื่อ 8 วันที่แล้ว ต่างกันมาก วันนี้ผู้สื่อข่าวต่างประเทศ เยอะมาก ต่างประเทศทั้งรัฐบาล องค์กรต่างๆ อยากเข้ามาศึกษาตรงนี้ เอาไปใช้ประโยชน์ในประเทศของเขาได้ อีกส่วนก็ขอเอาอุปกรณ์ของเขามาทดสอบระบบที่นี่ก็มี
ขณะที่สถานการณ์กู้ภัย นายณรงค์ศักดิ์ บอกว่า ตอนนี้เจ้าหน้าที่ก็พยายามทำเต็มที่ เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นความคาดหวังทั้งประเทศ และทั่วโลก รวมทั้งสงสัยว่าทำไมไม่ทำอะไรสักที มีคนถามทุกวัน ซึ่งเรื่องสุขภาพน้องๆ เรื่องอุปสรรคความยาก คนที่ไม่ได้อยู่หน้างานจะไม่เข้าใจเด็ดขาด วันนี้ต้องใช้องค์ความรู้โดยสิ่งที่สำคัญที่สุดคือทักษะของคนดำน้ำในถ้ำ
ส่วนการหาช่อง หาโพรงนั้นมีการค้นหาตลอดเวลา มีการเจาะเป็น 100 โพรง เจอ 18 โพรงมีศักยภาพ ไปได้ลึกๆ 400 เมตรของโพรงๆหนึ่ง แต่ยังไม่ตรงกับจุดที่น้องอยู่ เทคโนโลยีที่ดีที่สุดทั้งหมดที่มีตอนนี้ไม่สามารถบอกได้แน่นอนว่าน้องอยู่ไหน มีแต่ประมาณการ ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าเป้าหมายอยู่ตรงไหน แต่ประเมินว่าลึกอยู่ประมาณ 600 เมตรจากบนเขา สถานการณ์ตอนนี้ยากมาก ยังไม่รู้เป้าหมายอยู่ตรงไหน เพื่อเอาอากาศเข้าไปก่อน หรือเจาะรูขนาดใหญ่ให้เด็กออกมา ทฤษฎีต่างๆ มีมาก แต่ยังไม่สำเร็จ ส่วนเรื่องการเบนน้ำ ประสบความสำเร็จมาก ระดับน้ำ อยู่ในสถานการณ์ที่เราพอใจมาก
ขณะที่หลายคนเป็นห่วงว่าข้างในจะมีอากาศเพียงพอหรือไม่นั้น นายณรงค์ศักดิ์ บอกว่าการดำรงชีวิตของเราต้องใช้ออกซิเจน ในการดำรงชีวิตอยู่ได้ ในการหายใจอากาศทั่วไปมีไนโตรเจน 79 เปอร์เซ็นต์ มีออกซิเจนประมาณ 21 เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือเป็นอากาศอื่นที่ผสมเข้ามา เมื่อเราอยู่ในที่จำกัดหรือที่ปิด เวลาหายใจออกมา คาร์บอนไดออกไซด์จะเข้ามาแทรกที่อยู่ในอากาศ ทำให้ออกซิเจนลดลง หากออกซิเจนลดลงที่จะเป็นอันตรายต่อร่างกาย ตามหลักวิชาการหากออกซิเจนอยู่ 12 เปอร์เซ็นต์เมื่อไหร่ สมองจะเริ่มเชื่องช้า ไม่ทำการ อาจจะเข้าสู่ภาวะช็อค โคม่าในที่สุด แต่ขึ้นอยู่กับสุขภาพของแต่ละคน รวมทั้งต้องดูปริมาณเปอร์เซ็นต์ของออกซิเจนอย่างเดียวไม่ได้เป็นตัวชี้ว่าจะดำรงชีวิตอยู่ได้ เมื่อออกซิเจนมันน้อยปอดเราไม่สามารถแลกเปลี่ยนคาร์บอนไดออกไซด์กับออกซิเจนได้ แล้วคาร์บอนไดออกไซด์ในกระแสเลือด ถ้าอยู่ในคาร์บอนไดออกไซด์อยู่ในกระแสเลือดถึงระดับหนึ่งมันจะเป็นพิษในเลือด แม้จะมีออกซิเจนเยอะขนาดไหนก็ไม่สามารถที่จะดำรงชีวิตอยู่ได้เหมือนกัน
“สิ่งที่ทำตอนนี้คือเอาออกซิเจนเข้าไปเพิ่มในถ้ำ เพราะในถ้ำมีคนปฏิบัติการเยอะมาก ทำให้ออกซิเจนน้อยลง แม้แต่โถง 3 ที่เป็นศูนย์ปฏิบัติการกลางถ้ำเองออกซิเจนก็น้อย เราใช้วิธีปั๊มอากาศบริสุทธิ์ จนทำให้วันนี้สถานการณ์ดีขึ้น ตอนนี้จึงต้องถอนกำลังที่ไม่จำเป็นออกจากโถง 3 มิฉะนั้นออกซิเจนจะน้อยลง คาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดจะเยอะขึ้น และกลัวว่าจะเจอสถานการณ์ที่เกิดขึ้นหลายๆครั้งคือ การเป็นลม แล้วเมื่อวานเราเสียใจอย่างสุดซึ้ง กับน้องสมานที่ประสบเหตุอย่างนั้น ผมส่งคนไปช่วยคน ไม่อยากส่งคนให้ไปเกิดเหตุ ไม่อยากให้เกิดเหตุอย่างนั้นอีก เราจะถอนคนออกบางส่วน เราไม่ได้ทิ้งงาน แต่ต้องรักษาสถานภาพในการทำงานให้สมดุล”
สำหรับการเข้าไปถึงโถงเล็กๆที่น้องอยู่ เพราะดำน้ำไปถึงตรงนั้น หลายชั่วโมง จะเหนื่อยมาก ถ้าเราหายใจรุนแรง ออกซิเจนจะลดลง คาร์บอนไดออกไซด์จะไปเพิ่ม ตอนนี้จะส่งคนเข้าไปอยู่กับน้องให้น้อยที่สุด ตอนนี้อยู่กับน้อง 4 คนตลอดเวลา แล้วเอาถังออกซิเจนเข้าไปให้มากที่สุดเพื่อให้อยู่ได้
อีกประเด็นหนึ่ง ทีมที่เคยดำน้ำในถ้ำนี้แล้ว บอกว่า ตรงเนินนมสาว ถ้าน้ำขึ้นมาก น้ำอาจจะสูงถึงจุดที่ทั้ง 13 คนนั่งอยู่ จะทำให้เหลือพื้นที่น้อยมากในจุดที่พวกเขาอยู่ ตรงนี้จึงต้องศึกษา และทำงานแข่งกันเวลา ตอนนี้เจ้าหน้าที่ทำงานด้วยการแบกภาระบนบ่ามหาศาล เหมือนแบกภูเขาไว้บนบ่าทุกคน ตอนนี้ต้องนำวิเคราะห์แผนแต่ละแผนในสิ่งที่เป็นไปได้ ถ้าจะรอให้น้ำน้อย หรือน้ำในถ้ำเป็นศูนย์ ต้องรอเดือน ธ.ค.-ม.ค. เรารอถึงตอนนั้นไม่ได้ หรือรองลงมาต้องรอให้น้ำอยู่ในสถานการณ์ที่ดีพอจนสามารถเคลื่อนย้ายกำลังพลได้
“วันนี้ระดับน้ำหน้าถ้ำถึงโถง 3 น้ำลดลงหมดแล้ว สามารถเดินได้แล้ว แต่หากมีฝนตกลงมาอีก เราไม่รู้ว่าจะเจอปัจจัยความเสี่ยงอะไรเพิ่มอีก ที่ผ่านมาเราเคยเสียพื้นที่ ให้น้ำมา 2 ครั้งแล้ว น้ำไม่ใช่มาแบบน้ำไหล แต่น้ำมาแบบสึนามิ มาแบบน้ำตก ทำให้เราเสียหายพอสมควร เราต้องมาประเมินสถานการณ์ว่าถ้าน้ำมาอีกจะทำอย่างไร”
ขณะที่สุขภาพของเด็กๆยังแข็งแรงดี คุยเล่นได้ มีบาดแผลบ้างเล็กน้อย อาจจะอ่อนเพลียบ้าง เพราะอาหารยังไม่ได้เต็มท้อง เป็นอาหารที่เหมาะสม สถานการณ์ตรงนี้ทำให้เราต้องประเมินความเสี่ยง ถ้ามีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นที่เรารับไม่ได้ จนต้องตัดสินใจ พวกเราทำเต็มที่ ไม่มีใครอยากให้การปฏิบัติงานมีความผิดพลาด
“เมื่อวานเรานั่งซึมทั้งวันกันในค่าย เราไม่เคยรู้จักเขามาก่อน แต่เขาเป็นหนึ่งในหมื่นกว่าคนที่เป็นทีมของเรา คุณสมานเสียไป เราก็สงสารครอบครัวเขา เหตุการณ์นี้ทำให้เรามาปรับบทเรียน เราจะพยายาม เราขอใช้แค่คำว่าพยายาม เราไม่สามารถรับปากได้ว่าจะไม่มีเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก เราใช้ได้เพียงคำว่าพยายาม และทำให้ดีที่สุด เราต้องทดสอบแล้วทดสอบอีกจนมั่นใจในระบบ เรามั่นใจว่าทุกแผนของเราผ่านการทดสอบมาดีพอ ขอความกรุณาสื่อ หรือ เกรียนคีย์บอร์ด ที่อาจจะมีประสบการณ์จากการอ่านตำราอย่างเดียว ไม่ได้อยู่หน้างานจริง ทุกคนตรงนี้ทราบสถานการณ์ดี ทราบข้อจำกัดดี เรา เชิญนักวิชาการมาคุยหลายคน วันนี้แผนมีหลายแผน พยายามจะหาแผนที่ดีที่สุด ที่เหมาะสมที่สุด”
นอกจากนี้ นายณรงค์ศักดิ์ ยืนยันว่า ณ วันนี้ หรือสองวันนี้ สถานการณ์ของน้ำ ของอากาศ สภาพของน้องเหมาะสม แต่ขอดูหน้างาน ว่าจะเอาแผนไหนดีที่สุด มาปฏิบัติ แผนที่อุปสรรคน้อยที่สุด มีความเสี่ยงน้อยที่สุด เรายังมีภาวะสงครามกับน้ำอยู่ตลอดเวลา สงครามยังไม่จบ เราจะต้องชนะให้ได้ทั้ง 3 ศึก คือ ค้นพบ กู้ภัย และส่งกลับบ้าน การค้นพบว่ายากแล้วแต่การกู้ภัยกู้ชีพนั้นยากกว่า พอเราดีใจไม่กี่วินาทีแต่หลังจากนั้นเราวางแผนกันต่อกันทันทีในการช่วยเหลือเขาออกมา และในวันนี้กับพรุ่งนี้ ต่างประเทศจะมาชุดใหญ่ เป็นผู้เชี่ยวชาญกู้ภัยในถ้ำโดยตรง ถือว่ากองกำลังเราพร้อมแล้ว มั่นใจในศักยภาพของเขา เพราะเขาไม่ได้รู้จักกับผมหรือใครในถ้ำ เราก็ต้องมั่นใจในเขา ตอนนี้ทุกเวลามีค่า จะใช้เวลาที่มีให้คุ้มค่าที่สุด