วันนี้ (13 ก.ค.61) รายชื่อ 2 นักฟุตบอลทีมหมูป่าฯและ โค้ช รวม 3 คน ที่มีสถานะเป็นบุคคลไร้สัญชาติ จากการตรวจสอบพบว่า คือ นายพรชัย คำหลวง หรือ น้องตี๋ , ด.ช.อดุลย์ สามออน หรือ น้องอดุลย์ และ นายเอกพล จันทะวงษ์ หรือ โค้ชเอก
ล่าสุด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนี้ว่า ได้รับรายงานว่า สมาชิกทีมหมูป่าฯทั้ง 3 คน เป็นบุคคลไร้สัญชาติ เนื่องจากเป็นชาวไทใหญ่ แต่ตอนนี้ยังให้ความชัดเจนไม่ได้ เพราะอยู่ระหว่างการตรวจสอบ เบื้องต้นได้มองนโยบายให้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเท่าเทียมกับผู้ขอสัญชาติรายอื่นๆ และถือเป็นหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทยที่ต้องรับผิดชอบไปดำเนินการ
สำหรับหลักเกณฑ์การขอสัญชาติไทยตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2559 ระบุว่า ให้กระทรวงมหาดไทยออกประกาศกำหนดหลักเกณฑ์การให้สัญชาติไทยกับชนกลุ่มน้อย แบ่งเป็น กลุ่มที่ พ่อและแม่ต้องมีรายชื่ออยู่ในทะเบียนราษฎร หรือหากเป็นชนกลุ่มน้อยที่ได้รับเลขประชาชน 13 หลัก และอาศัยอยู่ในประเทศไทยไม่น้อยกว่า 15 ปี ผู้ขอสัญชาติต้องมีหลักฐานแสดงว่าเกิดในประเทศไทย และต้องไม่เคยใช้สัญชาติอื่นมาก่อน ต้องพูดและฟังภาษาไทยเข้าใจ ต้องจงรักภักดีและเลื่อมใสในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รวมถึงต้องมีความประพฤติดี หรือหากเคยได้รับโทษคดีอาญาจะต้องพ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี
ส่วนในกรณีที่พ่อและแม่เป็นคนสัญชาติอื่น หรือผู้ขอสัญชาติเป็นบุคคลที่ถูกทอดทิ้งตั้งแต่วัยเด็ก มีเกณฑ์การขอสัญชาติไม่แตกต่างจากชนกลุ่มน้อย แต่ได้รับการยกเว้น ไม่ต้องแสดงหลักฐานเรื่องพ่อและแม่ แต่ต้องแสดงหลักฐานจบการศึกษาระดับอุดมศึกษาหรือเทียบเท่า หากยังไม่จบการศึกษาต้องมีหนังสือรับรองความเป็นคนไร้รากเหง้าจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และต้องมีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทยไม่น้อยกว่า 10 ปี
ส่วนผู้ที่จะเป็นผู้พิจารณาอนุญาตให้ได้รับสัญชาติ แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ หากผู้ขอสัญชาติมีอายุน้อยกว่า 18 ปี นายอำเภอจะเป็นผู้พิจารณา แต่หากมีอายุมากกว่า 18 ปี ผู้ว่าราชการจังหวัดจะเป็นผู้พิจารณา ส่วนผู้ขอสัญชาติที่มีทะเบียนราษฎรอยู่ในกรุงเทพฯ และอายุน้อยกว่า 18 ปี จะต้องให้ผู้อำนวยการสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครองเป็นผู้พิจารณา แต่หาก อายุ 18 ปีขึ้นไป อธิบดีกรมการปกครองเป็นผู้พิจารณา