วันนี้ (13 ก.ค.61) ศาลแขวงดุสิตนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีที่กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง กิจการร่วมค้า เอ็นวีพีเอสเคจี กับพวกเป็นจำเลยที่ 1 ถึง 19 ในความผิดฐานฉ้อโกงที่ดิน และฉ้อโกง กรณีร่วมกันทุจริตจัดซื้อที่ดิน อำเภอคลองด่าน จังหวัดสมุทรปราการ จำนวน 1,900 ไร่ รวมมูลค่ากว่า 2 หมื่น 3 พันล้านบาท ซึ่งเป็นคลอง ถนนสาธารณะ และป่าชายเลน เพื่อก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษ จำเลยที่ 2-19 ฐานร่วมกันฉ้อโกง ลงโทษจำคุกจำเลยที่เป็นบุคคล คนละ 3 ปี ส่วนนิติบุคคลปรับรายละ 6 พันบาท ส่วนศาลอุทธรณ์ สั่งยกฟ้องจำเลยทั้งหมดในคดีนี้
ศาลฎีกา ได้พิเคราะห์สำนวนคดีอย่างละเอียด โดยเฉพาะโฉนดที่ดินแต่ละฉบับ ทำให้ต้องใช้เวลานานกว่า 4 ชั่วโมง ก่อนสรุปคำพิพากษาสั่งลงโทษแบ่งเป็น 2 สำนวน โดยคดีฉ้อโกงที่ดิน ศาลสั่งจำคุก รวม 8 คน คนละ 3 ปี ประกอบด้วย นายพิษณุ ชวนะนันท์ กรรมการบริษัทวิจิตรภัณฑ์ก่อสร้าง จำเลยที่ 3 นายรอยอิศราพร ชุตาภา กรรมการบริษัทเกตเวย์ดิเวลลอปเมนท์ บริษัท คลองด่านมารีน แอนด์ ฟิชเชอรี่ นายชาลี ชุตาภา กรรมการบริษัทคลองด่านมารีนฯ นายประพาส ตีระสงกรานต์ กรรมการบริษัทคลองด่านมารีนฯ และนายชยณัฐ โอสถานุเคราะห์ กรรมการบริษัทคลองด่านมารีนฯ ทั้งหมดคือ จำเลยที่ 11-15 นางบุญศรี ปิ่นขยัน กรรมการบริษัท ปาล์ม บีชฯ นายกว๊อกวา โอเยง สัญชาติฮ่องกง ในฐานะผู้แทนบริษัท ปาล์ม บีชฯ และนายวัฒนา อัศวเหม อดีต รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นผู้กำกับดูแลกรมที่ดินในขณะนั้น หนีคดีตั้งแต่ปี 2552 ศาลออกหมายจับไว้อยู่แล้ว แต่ให้ระงับการอ่านคำพิพากษาจำเลย ที่ 18 ไว้ชั่วคราวเนื่องจากไม่มาฟังคำพิพากษา ให้รอการอ่านคำพิพากษาอีกครั้งหลังผ่านไป 30 วัน และพิพากษาจำเลยที่ 2 , 10 , 12 , 16 ซึ่งเป็นนิติบุคคล ให้เสียค่าปรับบริษัทละ 6,000 บาท ส่วนสำนวนคดีฉ้อโกงเงินตามสัญญาจ้าง ศาลพิพากษาจำเลยที่ 3 และ 11 ต้องรับโทษจำคุกเป็นเวลา 3 ปี และปรับจำเลยที่ 2 และ 10 บริษัทละ 6,000 บาท
ส่วนจำเลยที่หลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษาในวันนี้ได้แก่ นายสิโรจน์ วงศ์สิโรจน์กุล กรรมการบริษัท สี่แสงการโยธา นายกว๊อกวา โอเยง สัญชาติฮ่องกง ในฐานะผู้แทนบริษัท ปาล์ม บีชฯ และนายวัฒนา อัศวเหม ได้มีคำสั่งออกหมายจับให้เจ้าหน้าที่ติดตามตัวมาดำเนินคดี เพื่อฟังคำพิพากษานับจากนี้ไปอีก 30 วัน
หลังอ่านคำพิพากษาเสร็จสิ้น บรรดาญาติจำเลยกว่า 10 คน เตรียมอาหารกล่องสำหรับอาหารมื้อเย็น และยารักษาโรคประจำตัวของจำเลยเตรียมไว้ให้กับเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ เพื่อนำไปให้เมื่อจำเลยต้องเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และทัณฑสถานหญิงกลางต่อไป
นายณกฤช เศวตนันทน์ ทนายความกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยว่า จะนำผลคำพิพากษาไปเสนอให้กรมควบคุมมลพิษเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่ง ตามมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นเงิน 23,000 ล้านบาท จะเสนอให้นำสำนวนคดีไปประกอบการพิจารณาคดีในชั้นศาลปกครองสูงสุด และให้ ปปง. นำไปใช้ประกอบในการฟ้องร้องทางแพ่งติดตามเงินที่จ่ายให้บริษัทเอกชนคู่กรณีล่วงหน้าไป 4,000 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันเพิ่งตามกลับคืนได้เพียงกว่า 400 ล้านบาทเท่านั้น