จากกรณีมีผู้ออกมาระบุว่าปัญหาหมอกควันภาคเหนือส่วนหนึ่ง มาจากการดำเนินธุรกิจข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของบริษัทเจริญโภคภัณฑ์หรือซีพี ที่ทำให้ชาวบ้านต้องเร่งเผาไร่ข้าวโพด เพื่อทำการปลูกซ้ำหลายรอบต่อปี เนื่องจากผลผลิตได้ราคาดีนั้น
เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (23 มี.ค. 58) นายสุเมธ ภิญโญสนิท ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โปรดิวซ์ จำกัด ในฐานะผู้ดำเนินธุรกิจข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ พร้อมด้วยผู้บริหารในเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ ซีพี แถลงปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกับการส่งเสริมให้เผาป่าเพื่อเตรียมปลูกข้าวโพด โดยระบุว่าหลายปีที่ผ่านมา ซีพีได้ร่วมกับหน่วยงานของรัฐยุติการปลูกข้าวโพดในเขตพื้นที่อนุรักษ์
และตั้งแต่ปี 51 ซีพีได้ออกมาตรการเข้มงวดยกเลิกการเป็นตัวแทนจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ หากพบว่าบริษัทพ่อค้าคนกลางที่รับซื้อข้าวโพดมาขายให้กับบริษัทฯ มีส่วนร่วมหรือส่งเสริมให้มีการปลูกข้าวโพดในพื้นที่ไม่เหมาะสม นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้เกษตรกรบนที่ราบสูงเพาะปลูกข้าวโพดอย่างถูกวิธี ไม่ว่าจะเป็นเลือกเมล็ดพันธุ์ พื้นที่เพาะปลูก และการใช้ปุ๋ย เพื่อให้ได้ผลผลิตคุ้มกับต้นทุนโดยไม่ต้องเร่งการผลิตหรือใช้วิธีการเผาป่า
ทั้งนี้ผู้บริหารซีพีกล่าวว่า ทางบริษัทฯ พยายามศึกษาต้นเหตุการเผาป่าร่วมกับภาครัฐ ซึ่งข้อมูลปรากฎชัดเจนว่าสาเหตุอันดับหนึ่งมาจากการเผาเพื่อหาของป่ากว่าร้อยละ59 โดยมีตัวเลขการเผาเพื่อทำไร่ร้อยละ 10 เท่านั้น จึงยืนยันได้ชัดเจนว่าสาเหตุหมอกควันจากไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือ น่าจะมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย พร้อมกันนั้น ขอยืนยันว่าบริษัทฯ ไม่ได้ทำการเกษตรแบบพันธะสัญญาหรือคอนแท็กฟาร์มมิ่ง กับกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด ซึ่งทางบริษัทฯ มีพื้นที่ตัวอย่างเพียง 2 หมื่นไร่ในเขตภาคเหนือ ตามโครงการส่งเสริมการปลูกข้าวโพดอย่างถูกวิธีทั้งระบบ ซึ่งมีเงื่อนไขร่วมโครงการคือห้ามเผาตอซางข้าวโพดและต้องปลูกในพื้นที่ถูกกฎหมายเท่านั้น
ขณะที่ ใน อ.แม่แจ่ม ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกข้าวโพดมากที่สุดใน จ.เชียงใหม่ โดยมีพื้นที่กว่า 1 แสนไร่ จากพื้นที่ปลูกข้าวโพดทั้งจังหวัด 1.7 แสนไร่ และมีการขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มมากขึ้นทุกปี โดยผลของการปลูกข้าวโพดเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมหลายด้านรวมถึงปัญหาวิกฤติหมอกควัน เนื่องจากเกษตรกรส่วนใหญ่กำจัดซังข้าวโพดด้วยวิธีการเผา ที่จะเห็นร่องรอยการเผาไร่ตลอดพื้นที่ทำการเกษตร ในช่วงเดือน ม.ค.-มี.ค.ของทุกปี
นายอุทิศ สมบัติ คณะกรรมการมูลนิธิฮักเมืองแจ๋ม ตัวแทนเกษตรกรใน อ.แม่แจ่ม ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว "PPTV HD" ถึงเหตุจูงใจที่เกษตรกรในภาคเหนือขยายพื้นที่ปลูกข้าวโพดมากขึ้นว่า ชาวบ้านที่ประกอบอาชีพเกษตรกรในพื้นที่สูง ส่วนมากไม่มีทางเลือกในการประกอบอาชีพมากนัก เพราะไม่มีที่ดินทำกินและต้องเลือกพืชเพาะปลูกที่ใช้น้ำน้อย ซึ่งข้าวโพดเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด เพราะให้ผลผลิตดีและเพาะปลูกง่าย ใช้เวลาปลูกเพียง 3-4 เดือนเท่านั้น
"ราคาข้าวโพดที่สูงขึ้นจาก 1 บาทต่อกิโลกรัม เป็น 7-10 บาทต่อกิโลกรัม ยังเป็นแรงจูงใจทำให้เกษตรกรหันมาปลูกกันมากขึ้น รวมทั้งยังมีกลุ่มทุนรายใหญ่เข้ามาส่งเสริมการผลิต ขายเมล็ดพันธุ์และรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรด้วย" นายอุทิศ ระบุ.