สถาบันสุขภาพระหว่างประเทศในนครบาร์เซโลนา ของสเปน ตีพิมพ์ผลการศึกษาดังกล่าวในวารสารมะเร็งนานาชาติ โดยได้ติดตามวิถีชีวิตของผู้ป่วยโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก 621 คน และผู้ป่วยมะเร็งเต้านม 1,205 คน รวมถึงผู้ป่วยชายและหญิงที่ไม่ได้ป่วยเป็นมะเร็ง ซึ่งคัดเลือกมาจากศูนย์สุขภาพเบื้องต้นทั่วประเทศ พบว่า การทิ้งระยะเวลาระหว่างอาหารมื้อสุดท้าย และการเข้านอนให้นานขึ้นเป็นประโยชน์ โดยผู้ที่กินอาหารเย็นก่อน 21.00 น. หรืออย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนเข้านอน จะมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งน้อยกว่าผู้กินอาหารเย็นหลัง 22.00 น. หรือเข้านอนอย่างรวดเร็วหลังกินอาหาร ประมาณ 20 เปอร์เซนต์
อย่างไรก็ตาม งานวิจัยชิ้นนี้ ยังเน้นไปที่อาหารมื้อหลัก ซึ่งยังไม่ครอบคลุมถึงผู้ที่ทานอาหารเย็นเร็ว แต่ยังกินขนมขบเคี้ยวเล็กน้อยหลังอาหาร แคเธอรีน มาริแน็ค นักวิจัยสถาบันมะเร็งดาน่า-ฟาร์เบอร์ ชี้ว่าผลวิจัยชิ้นนี้ค่อนข้างสอดคล้องกับผลการวิจัยก่อนหน้าที่ระบุว่า การกินอาหารให้สอดคล้องกับนาฬิกาชีวภาพของร่างกายจะช่วยลดความเสี่ยงในการกลับมาเป็นมะเร็งเต้านมซ้ำอีก
ทั้งนี้ ยังมีผู้เชี่ยวชาญบางส่วนแย้งว่า งานวิจัยนี้ยังไม่ได้พิจารณาองค์ประกอบอื่น ๆ ที่อาจส่งผลต่อการเป็นมะเร็งร่วมด้วย เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับงานที่ผู้ป่วยทำ หรือระดับของความเครียด ซึ่งตัวเขาจะไม่แนะนำผู้ป่วยว่าควรกินหรือนอนตอนไหน