สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เอกสารรายงานผลประกอบการของเฟซบุ๊กที่ถูกเปิดเผยเมื่อวานนี้ ระบุว่าในช่วง เม.ย.ถึง มิ.ย หรือไตรมาส 2 ของปีนี้ บริษัทได้ใช้เงินเกือบ 3.7 ล้านดอลลาร์หรือประมาณ120 ล้านบาทเพื่อล็อบบี้กระบวนการกำหนดนโยบายของรัฐบาลสหรัฐฯ
สำหรับค่าใช้จ่ายเพื่อการล็อบบี้นโยบายที่เกิดขึ้นในไตรมาส 2 นับเป็นสถิติสูงสุดของบริษัท ซึ่งก่อนหน้านี้ในไตรมาส 1 หรือช่วงเดือน ม.ค ถึง มี.ค เฟซบุ๊กได้ใช้เงินเพื่อจุดประสงค์ดังกล่าว 3.3 ล้านดอลลาร์หรือ 110 ล้านบาท ซึ่งเป็นสถิติเดิมที่เกิดขึ้นหลังจากเฟซบุ๊กเผชิญ เรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับกรณีที่บริษัทเคมบริดจ์ อนาลิทิกา ของอังกฤษนำข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งานเฟซบุ๊กหลายสิบล้านคนในสหรัฐฯไปหาผลประโยชน์ ทำให้มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทถูกสภาคองเกรสเชิญตัวไปชี้แจง
ส่วนประเด็นที่เฟซบุ๊กพยายามล็อบบี้มากที่สุดคือนโยบายเกี่ยวกับการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลและความเป็นส่วนตัว ตามมาด้วยกฎระเบียบด้านคนเข้าเมืองของชาวต่างชาติที่มีทักษะสูง รวมถึงการเปิดเผยรายได้จากการโฆษณาหาเสียงทางการเมืองบนเฟซบุ๊ก
AFP