วันที่ 24 มี.ค. 58 นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมอนามัย สธ.เผยถึงปัญหาสุขภาพผู้สูงอายุของประเทศไทยว่า จากรายงานการสำรวจสภาวะสุขภาพผู้สูงอายุไทยปี 2556 โดยกรมอนามัยร่วมกับ สปสช. และโครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ (HITAP) พบว่า ผู้สูงอายุมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ 26% เช่น ออกกำลังกายทุกวัน ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มเหล้า ขณะที่ผู้สูงอายุ 9.2 ล้านคน หรือ 95% ป่วยด้วยโรคต่าง ๆ เช่น โรคความดันโลหิตสูงถึง 41% เบาหวาน 10% เข่าเสื่อม 9% ซึมเศร้า 1% เป็นผู้ป่วยนอนติดเตียง 1% และผู้พิการ 6% โดยในจำนวนนี้เข้าถึงระบบบริการสุขภาพได้เพียง 57% โดยยังพบว่าผู้สูงอายุกว่า 50% มีภาวะอ้วนทำให้การเดินลำบากยิ่งขึ้น และพบผู้สูงอายุอยู่คนเดียวถึง 6 แสนคน
นพ.พรเทพกล่าวต่อว่า จำนวนผู้สูงอายุในประเทศไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยปี 55 ผู้มีอายุ 65 ปีขึ้นไป คิดเป็น 7.4% อายุ 60 ปีขึ้นไปมี 12.59% ซึ่งคาดการณ์ว่าอีก 20 ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะเป็นสังคมสูงวัยระดับสุดยอด หมายถึงมีสัดส่วนประชากรผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป มากกว่า 20 %
"กล่าวได้ว่าในปี 64 หรืออีก 10 ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะกลายเป็นสังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ Aged Society และจากนั้นอีก 10 ปี ประเทศไทยจะกลายเป็นสังคมสูงวัยระดับสุดยอด" อธิบดีกรมอนามัย ระบุ
นพ.พรเทพกล่าวต่ออีกว่า กรมอนามัยได้เตรียมการรองรับสังคมผู้สูงอายุ โดยจัดระบบสร้างเสริมสุขภาวะสำหรับผู้สูงอายุ และผู้ที่อยู่ในภาวะพึ่งพิงรวมถึงผู้ป่วยในระยะสุดท้ายของชีวิต โดยการคัดกรองเพื่อจำแนกกลุ่มผู้สูงอายุตามภาวะพึ่งพิง และประเมินความจำเป็นด้านการสนับสนุนบริการและจัดบริการด้านสุขภาพและสังคม รวมถึงมี Care giver และ Care manager อย่างเพียงพอในสัดส่วน Care manager 1 คน ต่อ Care giver 5-7 คน และ Care giver 1 คน ต่อผู้สูงอายุติดบ้าน-ติดเตียง 5-7 คน โดยให้บูรณาการเรื่องการนวดไทยเข้าไปในหลักสูตร Care manager และ Care giver เพื่อช่วยดูแลผู้สูงอายุและผู้อยู่ในระยะพึ่งพิง รวมถึงผู้พิการด้วย
นอกจากนี้ ยังได้ส่งเสริมให้ทุกครัวเรือน เห็นความสำคัญของโถส้วมแบบนั่งราบสำหรับผู้สูงอายุ เพื่อป้องกันโรคข้อเข่าเสื่อมจากการใช้โถส้วมแบบนั่งยอง และกำหนดให้ส้วมสาธารณะมีโถส้วมแบบนั่งราบอย่างน้อย 1 ที่ ไว้ให้บริการผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ที่มีปัญหาด้านสุขภาพ.
ภาพประกอบ : www.scbsme.com