ทางการเยเมนขอความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนที่สุดจากสภาความร่วมมือแห่งอ่าวเปอร์เซีย (จีซีซี) ซึ่งประกอบด้วย ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คูเวต กาตาร์ โอมาน และบาห์เรน เพื่อหยุดยั้งไม่ให้กลุ่มกบฏฮูตีขยายอิทธิพลไปยังเมืองเอเดน ทางตอนใต้ของประเทศ ซึ่งเป็นที่ที่ประธานาธิบดีอับดีรับบูห์ มานซูร์ ฮาดี กำลังลี้ภัยอยู่
นอกจากนี้ ทางการเยเมนยังได้เรียกร้องให้สหประชาชาติและกลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับบังคับใช้เขตห้ามบิน หลังมีรายงานเครื่องบินรบไม่ทราบฝ่ายทิ้งระเบิดโจมตีทำเนียบประธานาธิบดีในเมืองเอเดน ทางตอนใต้ของประเทศเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
ล่าสุด รัฐบาลซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นหัวเรือใหญ่ในกลุ่มจีซีซีและเฝ้าเกาะติดสถานการณ์ความรุนแรงทางการเมืองในเยเมนอย่างใกล้ชิด กล่าวหารัฐบาลอิหร่านศัตรูสำคัญทางการเมือง ว่าอยู่เบื้องหลังการปลุกระดมกลุ่มกบฏฮูตีให้ทำสงครามตัวแทนในเยเมน โดยซาอุดีอาระเบียยืนยันว่าหากสถานการณ์ในเยเมนไม่สามารถยุติลงได้ด้วยวิธีการเจรจา จีซีซีจะใช้มาตรการที่เหมาะสมเพื่อปกป้องภูมิภาคให้พ้นจากการรุกรานของกลุ่มกบฏ
ขณะที่ทำเนียบขาวก็แถลงว่าสหรัฐฯ มีศักยภาพที่จะรับมือกับปัญหาความมั่นคงของเยเมน และยืนยันว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จะให้ความร่วมมือกับรัฐบาลของประธานาธิบดีฮาดี แม้ว่าจะมีการถอนกำลังเจ้าหน้าที่และทหารสหรัฐฯ ที่ประจำการอยู่ออกจากพื้นที่แล้วก็ตาม
อย่างไรก็ตาม องค์การสหประชาชาติ ซึ่งออกมาเตือนเมื่อวานนี้ว่าสถานการ์ความรุนแรงในเยเมนมีแนวโน้มขยายวงกว้างเป็นสงครามกลางเมือง ประกาศเตรียมจัดให้มีการเจรจาสันติภาพขึ้นที่เมืองโดฮา ประเทศกาตาร์ โดยยูเอ็นจะรับหน้าที่เป็นตัวกลางในการเจรจาครั้งนี้