ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทหาร เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน และเจ้าหน้าที่ควบคุมโรค กว่า 200 คน ต้องใช้อีกเส้นทางเพื่อเข้าไปยังบ้านเกาะสะเดิ่ง ซึ่งต้องใช้รถขับเคลื่อน 4 ล้อ อ้อมไกลกว่า 12 กิโลเมตร หลังพบว่าชาวบ้านเกาะสะเดิ่ง ไม่สามารถออกมารับการช่วยเหลือได้ เพราะเนื่องจากสะพานข้ามห้วยโลคี่ ผ่านบ้านสะเนพ่อง ถูกน้ำป่าถล่มจนพัง เมื่อสองวันก่อน โดยเจ้าหน้าที่นำเสบียงอาหาร ยารักษาโรค เข้าช่วยเหลือเบื้องต้น และประเมินสถานการณ์ หากคนใดจำเป็นต้องพบแพทย์ ก็จะหาวิธีอพยพไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราว
ส่วนที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว ที่องค์การบริหารส่วนตำบลไล่โว่ มีชาวบ้านอพยพเข้ามาอยู่แล้วมากกว่า 300 คน ทางหน่วยงานรัฐและกลุ่มจิตอาสา ช่วยกันดูแลทั้งอาหารเสื้อผ้า และยารักษาโรค ที่ได้รับบริจาคจากทั่วประเทศ
สำหรับสะพานมอญ หรือสะพานไม้อุตตมานุสรณ์ แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของ อ.สังขละบุรี ตอนนี้เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานนำเรือเข้าเคลียร์เศษไม้และเศษสวะบริเวณตอม่อออกจนหมดเรียบร้อยแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้สะพานชำรุดหักพักลงมาเหมือนปี 2556
ขณะที่ จังหวัดตาก เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบริเวณสะพานเชื่อมระหว่างหมู่บ้านวังผา หมู่ที่ 4 ต.แม่จะเรา อ.แม่ระมาด และหมู่บ้านวังแก้ว หมู่ที่ 5 ต.แม่ปะ อ.แม่สอด ระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตร 50 เซนติเมตร และเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนกว่า 20 หลังคาเรือน รถยนต์ไม่สามารถสัญจรได้ ชาวบ้านต้องใช้เรือหางยาวในการอพยพ ล่าสุด นายบุญส่ง บูลย์ประมุข นายกเทศมนตรีตำบลแม่จะเรา ลงพื้นที่นำกำลังเจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัยเทศบาลตำบลแม่จะเรา และกู้ภัยมูลนิธิเพชรเกษมท่าสองยาง นำเครื่องอุปโภค –บริโภค และ เรือท้องแบน – เรือยนต์ 5 ลำ เข้าไปช่วยเหลือแล้ว และพบว่าสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก 2 แห่ง ในหมู่บ้านถูกน้ำท่วมไม่สามารถสัญจรไปมาได้
อีกจุดที่ได้รับผลกระทบจากอิทธิพลของพายุเซินติญคือ อ.เมือง จังหวัดน่าน เมื่อฝนตกหนัก จะส่งผลให้น้ำท่วมประมาณ 30-40 เซนติเมตร
ทำให้ตลอดทั้งวันนี้ เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองน่าน และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย จังหวัดน่าน ช่วยเหลือด้วยการใช้เครื่องสูบน้ำ ขนาดใหญ่ 3 เครื่อง และขนาดกลางอีก 2 เครื่อง เร่งสูบน้ำออกจากบ้านเรือนประชาชน ใน อำเภอเมือง ล่าสุดน้ำลดลง เข้าสู่สภาวะปกติแล้ว
แต่สิ่งนายสุรพล เทียนสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน กังวล คือน้ำเหนือที่ไหลมาสมทบ และฝนตกที่อาจตกลงมาอีก และจะทำให้น้ำท่วมตัวเมืองอีกครั้ง จึงจัดชุดเฝ้าระวังผลัดเปลี่ยนเวรเพื่อคอยติดตามสถานการณ์ทั้งกลางวันและกลางคืน และแจ้งเตือนประชาชน
สำหรับปริมาณน้ำในแม่น้ำน่านตรวจสอบจากสถานีวัดน้ำ N 64 บ้านผาขวาง ขณะนี้น้ำสูงขึ้นถึง 7 เมตร ซึ่งจุดวิกฤตคือ 9 เมตร 50 เซนติเมตร ส่วนสถานีวัดระดับน้ำ N 1 ในตัวเมืองน่าน ระดับน้ำขึ้นมาอยู่ที่ 6เมตร จุดวิกฤติคือ 7 เมตร
ด้านอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ออกโทรสารด่วน ลงวันที่ 22 กรกฎาคม แจ้งให้ผู้ว่าราชการจังหวัด 28 จังหวัดในพื้นที่เสี่ยงภัยจากพายุดีเปรสชัน “เซินติญ” และให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยพบว่าหลายจังหวัดในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ ยังมีภาวะเสี่ยงที่จะเกิดน้ำล้นตลิ่ง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม
สำหรับจังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ ภาคเหนือ 6 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮองสอน ตาก น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 14 จังหวัด คือ เลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี ภาคกลาง 4 จังหวัด คือกาญจนบุรี สระแก้ว จันทบุรี ตราด ภาคใต้ 4 จังหวัด ได้แก่ ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่
ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเกี่ยวกับพายุดีเปรสชันบริเวณอ่าวตังเกี๋ย คาดว่าจะเคลื่อนเข้าปกคลุมบริเวณประเทศจีนตอนใต้ในช่วงวันที่ 23-24 กรกฎาคม 2561 ส่งผลกระทบทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนตกสะสมที่ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย
สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยยังคงมีกำลังแรง ทำให้คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือระวังอันตรายจากคลื่นลมแรง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งไว้ด้วย และประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตก ระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่งต่อไปอีก 1 วัน