“แผงกั้นฟุตปาธ” สกัดวินมอเตอร์ไซค์ได้จริง?


โดย PPTV Online

เผยแพร่




“การบินพลเรือน” ตั้งแผงเหล็กกันจักรยานยนต์บนทางเท้า ด้านผู้สัญจรบางส่วน ชี้ แก้ไม่ถูกจุด

หลายคนอาจสังเกตเห็นแผงเหล็กที่ตั้งขวางอยู่บนทางเท้าลักษณะเป็นแผงเหล็กสูงสีเหลืองสลับดำด้านหน้าสถาบันการบินพลเรือน เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่เมื่อช่วงเช้าวันจันทร์ (23 ก.ค.ที่ผ่านมา) ทีมนิวมีเดีย พีพีทีวี สอบถามได้ข้อมูลว่า เพื่อป้องกันไม่ให้รถจักรยานยนต์ขึ้นมาวิ่งบนทางเท้าโดยเฉพาะรถจักรยานยนต์รับจ้าง เนื่องจากก่อนหน้านี้เกิดเหตุนักศึกษาถูกรถจักรยานยนต์รับจ้างเฉี่ยวชนนักศึกษา 2 ราย แต่เมื่อสอบถามผู้ใช้ทางเท้ากลับมองว่า การกั้นแผงเหล็กนี้ยังไม่เพียงพอและควรมีมาตรการเข้มงวดมากกว่านี้

ต่อมาเมื่อวันที่ 25 ก.ค. 2561 ทีมข่าวนิวมีเดีย พีพีทีวี ได้ลงพื้นที่สอบถามเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย หน้าสถาบันการบินผลเรือน ได้รับการเปิดเผยว่า แผงกั้นเหล็กหน้าสถาบันฯ เป็นคำสั่งของ พลเรือตรี ปิยะ อาจมุงคุณ ผู้ว่าการสถาบันการบินพลเรือน ให้นำมาติดตั้งไว้ หลังเกิดเหตุดังกล่าว เพื่อป้องกันอันตรายให้กับประชาชนที่สัญจรไปมา ซึ่งก่อนหน้านี้เคยติดต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว แต่ไม่มีใครมาดูแล

โดยทางผู้ว่าการฯ ได้มาตรวจสอบและพบว่า แผงกั้นสูงเกินไปทำให้ผู้ใช้ทางเท้าที่มีสัมภาระและรถวีลแชร์ไม่สามารถผ่านได้ จึงสั่งให้รื้อแผงกั้นออก 1 ช่อง และให้ปรับปรุงใหม่ จึงอยู่ระหว่างหารือกับเจ้าหน้าที่เทศกิจของกรุงเทพมหานคร เพี่อพัฒนาแผงกั้นแบบใหม่ที่ไม่กระทบต่อประชาชนที่สัญจรและป้องกันไม่ให้รถจักรยานยนต์ขับผ่านได้ แต่หากสังเกตจะพบว่าเมื่อถอดแผงเหล็กออกชิ้นหนึ่งทำให้เกิดช่องว่างที่กว้างพอจะให้รถจักรยานยนต์รับจ้างกลับมาวิ่งผ่านได้เหมือนเดิม

แต่เมื่อสอบถามความเห็นประชาชนผู้ใช้ทางเท้า ก็พบว่ามีหลากหลายมุมมองด้วยกัน อย่างนักศึกษาหญิงรายหนึ่ง บอกว่า ตนมารอรถโดยสารบริเวณนี้ไม่บ่อยนัก เคยเจอรถจักรยานยนต์รับจ้างบ้าง แต่ส่วนใหญ่จะเห็นในลักษณะที่วิ่งสวนเลนบนถนนมากกว่า และมองว่า

“การแก้ปัญหาด้วยการใช้แผงกั้นทางเท้ายังมีช่องว่างอยู่ พอให้รถจักรยานยนต์ลัดเลาะไปได้ แนะนำว่า “น่าจะติดป้ายว่าห้ามขับผ่าน” นักศึกษาหญิงกล่าว

ด้าน คุณวรชัย อุดมสุข ผู้ที่สัญจรอยู่บนทางเท้าหน้าสถาบันการบินพลเรือน บอกว่า ตนเจอรถจักรยานยนต์รับจ้างวิ่งบนทางเท้าเป็นประจำ มองว่าแผงเหล็กที่นำมากั้นนี้อาจไม่มีผลในการกันรถจักรยานยนต์มากนัก พร้อมแนะว่า ควรมีการจับและปรับจริงๆ โดยประชาชนผู้ใช้ทางเท้าต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ทันทีที่พบเห็น

“ถ้าประชาชนคนไหนเห็นปุ๊บ โทรแจ้งเลย โทรแจ้งเดี๋ยวนั้น อันนั้นคือน่าจะได้ผลมากกว่า คือจับแล้วก็ปรับจริง ๆ แล้วก็มีการออกสื่อให้เห็นกันจะ ๆ กันไปเลย อันนั้นได้ผลแน่”

เขากล่าวเพิ่มด้วยว่า การติดตั้งแผงเหล็กแบบนี้เหมือนกับว่าเป็นแค่ป้ายแจ้งเตือนเพราะไม่มีเจ้าหน้าที่คอยดูแล ซึ่งในอนาคตรถจักรยานยนต์รับจ้าง ก็จะสามารถหลบไปได้ ที่สำคัญบางครั้งเจ้าหน้าที่อาจจะไม่อยากไปจู้จี้เพราะเสียเวลาจึงคิดว่าต้องจับปรับจริง

ขณะที่ คุณเยาวลักษณ์ กระแสร์ญาณ ผู้สัญจรบนทางเท้าอีกรายหนึ่งซึ่งเจอเหตุการณ์รถจักรยานยนต์วิ่งบนทางเท้าสร้างความเดือดร้อนบ่อยครั้ง เล่าว่า

“พี่จะเดินตามฟุตบาธ เขาจะมาด้านหลัง บางทีเราก็เดินซ้ายขวา เขาก็จะเฉี่ยวเรา”

ดังนั้น คุณเยาวลักษณ์จึงเห็นด้วยกับการกันไม่ให้รถจักรยานยนต์ขึ้นมาวิ่งบนทางเท้า โดยเธอมองว่า รถจริงๆ ต้องวิ่งอยู่ด้านล่าง พร้อมยืนยันว่าอยากให้มีการสงวนทางเท้าไว้ให้คนเดินเท่านั้นแต่ปรากฏว่ามีรถจักรยานยนต์บนทางเท้าเป็นจำนวนมาก อยากให้ป้องกันเหมือนกันทุกพื้นที่

ส่วนอีกด้านหนึ่งคือรถจักรยานยนต์รับจ้างผู้เกี่ยวข้องโดยตรง  ยอมรับกับผู้สื่อข่าวว่า การวิ่งรถบนทางเท้าเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง แต่เขาไม่มีทางเลือก

“อย่างสมมุติว่าวินผม ถ้าไปส่งพนักงานเข้ากรมขนส่ง 10 บาท แล้วต้องไปอ้อมด้านหลัง ออกทางช่อง 7 กลับมานี่ มันก็ไม่เหลืออะไรเลย ถ้าวิ่งกันตามความถูกต้องเลยนะ” ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างอธิบาย

นอกจากนี้ ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างรายนี้ยังมองว่า การกั้นแผงเหล็กนั้นไม่มีประโยชน์ เนื่องจากกั้นแล้วแต่เปิดช่องตรงกลาง ก็ทำให้รถจักรยานยนต์วิ่งได้เหมือนเดิมเพราะวินที่ย้อนศรคือต้องรีบกลับเข้าวินเพื่อไปรับคน โดยเฉพาะช่วงที่รถไฟฟ้าเข้า วินจะต้องทำเวลา ต้องรีบกลับวินไปรับคน ทำให้วิ่งย้อนทั้งบนถนนและทางเท้า

อย่างไรก็ตาม วินรถจักรยานยนต์รับจ้างรายนี้ยืนยันว่า “ตั้งกฎกันในวินไว้ว่าจะไม่บีบแตรคนเดินเท้า จะหลบให้เขา คือเขาเดินปกติ แต่เราหลบให้เขา เพราะเราผิด เรารู้ว่าเราผิดเราต้องหลบ อย่างวินผมจะไม่มีบีบแตรคนเดิน ถ้าเป็นวินอื่นไม่รู้นะ แต่วินย่านนี้ตกลงกันแล้วว่าจะไม่บีบแตร”

ปัญหาระหว่างผู้สัญจรบนทางเท้าและผู้ใช้รถจักรยานยนต์ เป็นปัญหาที่เรื้อรังมายาวนาน และยังคงไม่มีข้อสรุปที่สามารถนำมาปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งๆที่ฝ่ายกระทำผิดกฎหมายก็รู้ตัวดีว่าผิด

ต้องรอดูกันว่าปรากฏการณ์ความสำเร็จในการจัดการทางเท้าจะสามารถเกิดขึ้นได้หรือไม่ และโมเดลกั้นทางเท้าของสำนักงานการบินพลเรือนจะได้ผลหรือไม่ซึ่งถ้าได้ผลจริงก็อาจจะเป็นตัวอย่างสำหรับพื้นที่อื่นๆ ได้

"หรือท้ายที่สุดแล้วปัญหานี้จะยังคงอยู่คู่กับคนกรุงเทพฯต่อไปแบบไม่มีที่สิ้นสุด"

Wordcup Wordcup
ข่าวที่คุณอาจพลาด

ไม่พลาดทุกเหตุการณ์ติดตามข่าวจาก PPTV ได้ที่ Subscribe

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์


TOP ประเด็นร้อน

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ