เมื่อวันที่ (26 ก.ค. 61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายไชยณรงค์ เศรษฐเชื้อ อาจารย์ประจำภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ระบุว่า ในรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม หรือ EIA จะมีแผนเผชิญเหตุที่เกิดจากภัยพิบัติของเขื่อน ซึ่งเป็นข้อมูลที่สำคัญมาก เพราะจะรู้ว่าการจัดทำ EIA เขื่อนเซเปียนฯ เขียนเรื่องการประเมินความเสี่ยงของพื้นที่โดยรอบ และการรับมือเมื่อเกิดภัยพิบัติขั้นสูงสุด คือ เขื่อนแตกไว้หรือไม่ และระบุไว้อย่างไร โดยนักวิชาการสิ่งแวดล้อมท่านนี้ พยายามค้นหาแต่เข้าถึงข้อมูลไม่ได้ เพราะบริษัทที่รับจ้างทำรายงาน EIA ปิดระบบ
เขื่อนเซเปียนนี้เป็นโครงการร่วมทุนระหว่างบริษัทต่างชาติกับบริษัทเอกชนผู้ผลิตไฟฟ้าของไทย ตอนนี้ยังไม่เริ่มผลิตกระแสไฟฟ้า โดยจะทดลองในเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม และเริ่มผลิตจริงคือเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า โดยไฟฟ้าที่ผลิตได้ ขายให้กับไทยกว่า 90% จากการศึกษา นายไชยณรงค์ บอกว่า รัฐบาล สปป.ลาวมีแผนพัฒนาประเทศให้เป็นแบตเตอรี่อาเซียน ซึ่งมีแผนสร้างเขื่อนรวม 100 แห่ง ตอนนี้เสร็จแล้ว 54 แห่ง มีกำลังงผลิตกว่า 7,000 เมกกะวัตตต์ ถ้าครบ 100 เขื่อน สปป.ลาวจะมีกำลังผลิตไฟฟ้าขายกว่า 13,000 เมกกะวัตต์ ส่วนใหญ่ลูกค้าคือไทยกับเวียดนาม โดยการก่อสร้างเขื่อนในประเทศเพื่อนบ้าน บริษัทที่รับจ้างทำ EIA นี้เข้าไปมีส่วนร่วมในโครงการหลายแห่ง
ส่วนไทยบริษัทแห่งนี้เคยจัดทำผลการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม EIA และผลการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ EHIA ในโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินทางภาคใต้ แต่ถูกภาคประชาชนคัดค้าน เพราะไม่มีส่วนร่วมในกระบวนการ จนนายกรัฐมนตรีประกาศศยกเลิก