วันนี้ ( 5 ส.ค.61) เมื่อเวลา 17.10 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หนึ่งในแนวทางการเตรียมพร้อมรับมือน้ำที่กำลังไหลบ่ามาในเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรี การกรอกทรายใส่กระสอบ เริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงเย็นของเมื่อวานนี้ โดยชาวบ้านทยอยขอรับทรายเพื่อนำไปกั้นพื้นที่ต่อเนื่อง แม้จะจำกัดปริมาณกระสอบทรายแต่ละครัวเรือน แต่ตลอดทั้งวันก็มีชาวบ้านเดินทางมาต่อเนื่อง เพราะ ในเขตเทศบาลมีประชากรรวมกว่า 10,000 ครัวเรือน
ขณะที่ 1 ครัวเรือน มีสิทธิ์ได้รับกระสอบทราย 25 กระสอบ ต่อหนึ่งวัน นี่เป็นข้อกำหนดที่เทศบาลเมืองเพชรบุรี ตั้งไง้ เพื่อให้สามารถแจกจ่ายกระสอบทรายให้ชาวบ้านได้มาหที่สุด เพราะเขตเทศบาลเมืองมีประชากรรวมกันมากกว่า10,000ครัวเรือน แม้จะกำหนดให้นำหลักฐานการมีบ้านอยู่ในเขตเทศบาลมาแสดงเพื่อขอรับกระสอบทราย แต่หากชาวบ้านคนใดเช่าบ้านอยู่ในเขตเทศบาลก็สามารถขอรับกระสอบทรายได้ แต่ต้องระบุที่ตั้งของบ้านให้ชัดเจน สำหรับทราย 25 กระสอบที่ได้รับแจก ชาวบ้านหลายคนระบุว่าไม่เพียงพอที่จะป้องกันน้ำไม่ให้ทะลักเข้าบ้าน แต่เข้าใจว่าเทศบาลต้องกระจายให้ทั่วถึง ขณะที่การเสริมแนวกระสอบทรายปีนี้ หลายคนมองว่าต้องเสริมให้สูงกว่าปีที่ผ่านมา เพราะรับทราบข้อมูลว่าน้ำจะท่วมสูงมากกว่า
นอกจากนี้ความพยายามป้องกันน้ำท่วมของชาวเทศบาลเมือง ยังมีอีกหลายรูปแบบ เช่น การก่อกำแพงอิฐหน้าบ้านเพื่อป้องกันน้ำ ชาวบ้านส่วนใหญ่ยอมรับว่าทราบข้อมูลว่าน้ำจะไหลท่วมเขตเทศบาลก่อนเที่ยงวันของพรุ่งนี้ แต่ไม่ทราบว่าน้ำจะมีปริมาณมากน้อยแค่ไหน การก่ออิฐป้องกันน้ำท่วมบ้านจึงทำได้เพียงการคาดเดา หรือ ใช้ระดับน้ำที่เคยท่วมเมื่อปีที่ผ่านมาเป็นเกณฑ์วัด จากการสังเกตพบว่า ความสูงของอิฐที่ชาวเทศบาลก่อขึ้นจะอยู่ที่ประมาณ 60-80 เซนติเมตร
ขณะที่ระดับน้ำในแม่น้ำเพชรบุรี ปลัดเทศบาลเมืองเพชรบุรีให้ข้อมูลว่าระดับน้ำสูงกว่าปกติมาก รวมถึงการ ไหลของน้ำก็ไหลเร็วกว่าปกติด้วยเช่นกัน พร้อมยอมรับว่า หากน้ำไหลจากเขื่อนแก่งกระจาน ผ่านเขื่อนเพชรบุรี มาที่เทศบาลเมือง มากกว่า180 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที มีความเสี่ยงสูงว่าน้ำจะท่วมเทศบาล เพราะ พื้นที่ริมน้ำที่เป็นบ้านเรือนชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่มีคันกั้นน้ำ และพื้นที่เทศบาลมีลักษณะทางกายภาพคล้ายแอ่งกระทะ เมื่อน้ำปีนี้มาไวกว่าทุกปีอาจจะต้องอยู่กับน้ำนานขึ้น
แม้การเตรียมพร้อมรับมือน้ำของขาวเทศบาลเมืองในปีนี้จะตื่นตัวมากกว่าที่ผ่านมา แต่ด้วยสภาพพื้นที่ที่ชาวบ้านมีวิถีชีวิตอยู่ริมน้ำ จึงมีโอกาสสูงที่น้ำจะเข้าท่วมพื้นที่ เพราะ หากน้ำสามารถเอ่อท่วมในจุดใดจุดหนึ่งได้ น้ำจะไหลลงไปในท่อระบายน้ำจากนั้นจะสามารถเอ่อท่วมได้ทุกพื้นที่ เพราะ ระบบการวางท่อระบายน้ำเป็นแบบใยแมงมุมเชื่อมต่อกันทั้งเทศบาล
ขณะที่ 2 ฝั่งริมน้ำแม่น้ำเพชรบุรีในเขตเทศบาลเมือง มีโอกาสที่จะถูกน้ำเอ่อท่วมพร้อมกัน เนื่องจากเทศบาลระบุว่า ทั้งสองฝั่งแม่น้ำตลิ่งมีความสูงใกล้เคียงกัน ขณะที่การติดตั้งเรือฝั่งดันน้ำลงสู่อ่าวไทย รายงานล่าสุด ขณะนี้น่าจะสามารถเริ่มเดินเรือได้แล้ว จากข้อมูลของกองทัพเรือระบุว่า เรือผลักดันน้ำ20ลำ จะผลักดันน้ำได้ประมาณ2ล้านลูกบาศก์เมตร ต่อวัน หรือประมาณ 230 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งตัวเลขนี้ ต้องผลักดันน้ำตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่หยุด
อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่นี่: