นางเรณู อุ่นหะวงค์ แม่ของนายฒิตินนท์ ดับโศรก หรือ “เมท” เปิดเผยในรายการเป็นเรื่องเป็นข่าวถึงสาเหตุที่เข้าร้องเรียนต่อกองบังคับการปราบปรามเพื่อขอความยุติธรรมให้แก่ลูกชายที่เสียชีวิตไป ว่า ลูกเสียชีวิตไปกว่า 5 เดือน แต่ตำรวจไม่ให้ความเป็นธรรมกับลูกชาย ทั้งที่ครอบครัวติดตามตลอด แต่ทางตำรวจกลับบอกว่าคดีไม่คืบ แต่ตนเองมีความสงสัยว่าลูกถูกยิงขนาดนี้ ทำไมถึงเป็นคดีชิงทรัพย์ โดยตำรวจบอกว่าทรัพย์สินหายไป มันยากนะ มันอาจจะเป็นคดีชิงทรัพย์
นี่เป็นสิ่งที่ตนเองติดใจเรื่องคดี แต่ตนเองเชื่อว่า ไม่เป็นความจริง เพราะจริงๆแล้วลูกต้องการออกจากการทำงานรับทวงหนี้เงินกู้นอกระบบ บอกกับแม่เสมอว่าขอเวลาหนึ่งปี จะไปอยู่จ.กาฬสินธุ์ บ้านภรรยา จะออกไปทำธุรกิจขายปุ๋ยกับยาฆ่าหญ้า ลูกชายบอกตลอดว่าอาชีพทวงหนี้เงินกู้นอกระบบมันเสี่ยง มันอันตราย ขึ้นหลังเสือแล้วลงไม่ได้
หน้าที่ของลูกชายตอนทำงานทวงหนี้เงินกู้นอกระบบ คือ รับเงินไปส่งนายทุนใหญ่ แล้วจะต้องเคลียร์บัญชีทั้งหมดส่งนายทุนใหญ่ตลอด พอลูกน้องเก็บเงินมาได้ เขาจะต้องผู้ที่รวบรวมบัญชีทั้งหมด ตอนแรกลูกขอลาออกแล้วนายทุนไม่ให้ออก ที่ผ่านมาลูกชายไม่เคยทะเลาะเบาะแว้งกับใคร และเป็นคนดี ซึ่งตนเองบอกกับลูกเสมอว่าเวลาทวงหนี้ อย่าไปบีบเขา เขาเองก็ลำบากมาตั้งแต่เล็ก
โดยก่อนลูกชายจะเสียชีวิต ตนเองรู้สึกไม่สบายทั้งวัน และรู้สึกเป็นห่วงลูกชายมาก และพอตกดึก ลูกชายคนโตที่บวชเป็นพระ บอกกับตนเองว่า โยมแม่ไปธุระกับพระหน่อย จึงได้ออกไปโดยที่ไม่รู้เลยว่าลูกชายถูกยิงตาย เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุเห็นว่ารถลูกไปชนเสาไฟฟ้าอยู่ ตอนแรกคิดว่าคงไม่เป็นอะไรมาก แต่พอหันมาเจอลูกนอนอยู่กับพื้นถนน จึงเป็นลมทรุดลงทันที
บริเวณจุดเกิดเหตุเป็นท้องนา ถัดไปอีกไม่ไกลก็เป็นบ้านของตำรวจนายหนึ่ง โดยทั้งตำรวจ และภรรยาบอกว่าไม่ได้ยินเสียงปืน ทั้งที่ถูกยิงทั้งหมด 9 นัด ซึ่งตนเองเชื่อว่าคนร้ายตั้งใจฆ่าลูกชาย เพราะแต่ละนัดโดนบริเวณจุดสำคัญหลายจุด ทรัพย์สินหายไป ประกอบด้วย สร้อยทองคำหนัก 4 บาท พระเลี่ยมทอง กระเป๋าเงิน และโทรศัพท์มือถือ ซึ่งจากการสังเกต คือ กระจกรถถูกเปิดลงสุด รวมทั้งน้ำแอร์ไหล แสดงว่าน่าจะจอดรถคุยกัน ต้องคนสนิทเท่านั้นที่ลูกชายจะเปิดคุย คนไม่สนิทคงไม่เปิดเด็ดขาด และดึกมากด้วย
ขณะที่นายวรินทร์ อัฐนาค ประธานชมรมโดมเพื่อคุณธรรม ระบุว่า ที่มีความสงสัยว่าจะไม่ใช่การชิงทรัพย์ เพราะว่า 1.อาวุธที่ใช้ เป็นอาวุธร้ายแรง 11 มม. ถ้าไม่ใช่มืออาชีพเขาไม่ใช้กัน คือ เล็งเห็นผลชัด ถ้าเป็นปืนในลักษณะนี้ ถ้าเอาปืนมาขู่ แล้วเขาไม่ส่งมอบทรัพย์ให้ ยิงแค่นัดเดียวอยู่เลย แต่นี่ยิงถึง 9 นัด แสดงว่าเรื่องชิงทรัพย์ตัดได้เลย ลักษณะการยิงมีความประสงค์จะให้ตาย และ 2. ถ้าจะดักยิงตอนกลางคืน เห็นไฟรถยังไม่รู้เลยว่ารถยี่ห้อใด และเจ้าของเป็นใคร และจะรู้ได้อย่างไรว่ามีทรัพย์สิน
ด้านสุรินดา นนท์นารี ภรรยาของผู้เสียชีวิต เล่าว่า ผู้เสียชีวิตเคยมาบ่นว่าเครียด เบื่อ และอยากลาออก แต่คนที่เป็นนายทุน เขาบอกว่าให้เมทช่วยเขา 1 ปี และจะให้ออก ซึ่งเขาก็ทำงานมาจนจะครบแล้ว ว่าจะออกแล้ว แต่นายทุนก็ไม่ให้ออก และวันเกิดเหตุเมทได้บอกว่าอยู่บ้านนายทุน พอเขาโทรมา และบอกให้เมทไปหาที่พักไกลๆ เมทจึงออกไปหาที่พักประมาณ 4 ทุ่ม จากนั้นประมาณเที่ยงคืนตำรวจโทรมา บอกว่าแฟนเกิดอุบัติเหตุ ไม่ได้บอกว่าถูกยิง แต่จากร่องรอยการถูกยิง มองว่าคนทำคงแค้นมาก เพราะยิงแต่ศรีษะอย่างเดียว
ในส่วนของความคืบหน้าของคดี ที่ผ่านมาทางครอบครัวได้ติดตามมาตลอด ตำรวจบอกว่าต้องใช้เวลาในการตรวจสอบลายนิ้วมือ ดีเอ็นเอ เป็นเวลา 1 ปี หรือ 1 ปีกว่า ซึ่งทางครอบครัวเห็นว่ามีลายนิ้วมืออยู่รอบรถ ด้านข้าง 2 ข้าง และท้ายรถ ทางครอบครัวสงสัยว่าไม่ใช่คนเดียว อยากให้ตำรวจตรวจสอบว่าเป็นลายนิ้วของใคร และอีกหนึ่งจุดข้อสังเกต คือ โทรศัพท์มือถือของเมทก็หายไป ทั้งที่เมทไม่เคยห่างจากโทรศัพท์เลย ซึ่งภายหลังมีการจับสัญญาณโทรศัพท์ได้ว่าอยู่ที่หมู่บ้านรุ่งพิทักษ์ แต่ตำรวจกลับบอกว่าชาร์ตแบตอยู่เขาอาจจะลืม และระหว่างที่ติดตามคดีอยู่ มีคนมาถามว่าถ้าให้เงิน 2 แสน จะเอาหรือไม่ แม่บอกว่าคิดดูก่อน แต่เขากลับบอกว่าเอาไปเถอะไว้เลี้ยงหลาน โดยที่ครอบครัวก็ไม่รู้ว่าเขาเกี่ยวข้องอย่างไรกับเรื่องนี้ แต่เขาเสนอมา ซึ่งเรื่องนี้มีข้อสงสัยอยู่หลายส่วน จึงได้ตัดสินใจร้องขอความเป็นธรรมกับทางกองบังคับการปราบปราม
ดูคลิปที่นี่ : “แม่” แฉ “ตร.” ดองคดีลูกถูกยิง อ้างต้องรอ “1 ปี” ถึงจะรู้ผล “ลายนิ้วมือแฝง – ดีเอ็นเอ” จากรถคันเกิดเหตุ
ติดตามข่าววันนี้ได้ที่นี่ >> //www.pptvhd36.com/special/ข่าววันนี้