นายรุจิระ โรจนประภายนต์ รองคณบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนาคณะภาษาและการสื่อสาร สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือ นิด้า กล่าวถึงกรณีนี้ว่า การตัดสินจบชีวิตของนักเรียนวัย 17 ปี คนนี้ ต้องสอบถามไปยังผู้ที่อยู่ใกล้ชิดตัวเด็ก ในรายละเอียดว่าจริงๆ แล้ว เด็กถูกแรงกดดันจากเรื่องใดบ้าง มีความไม่เข้าใจในครอบครัวเป็นเรื่องกดดันด้วยหรือไม่ เพราะในขณะนี้ยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่า เด็กถูกกลั่นแกล้งจากล้อเลียนในปมด้อย หรือ bullying ที่จนมาสู่เหตุการณ์นี้ และต้องสอบถามไปยังพฤติกรรมคนรอบข้างว่ามีการล้อเลียนเป็นเวลานาน หรือมีสถานการณ์ที่รุนแรง และได้รับการสนันสนุนจากผู้ใหญ่รอบข้างด้วยหรือไม่
โดยกรณีนี้ ถือว่าเหตุเกิดขึ้นในสถานศึกษาจึงปฏิเสธไม่ได้ว่า คุณครูที่ดูแลเด็กควรจะให้ความใส่ใจพฤติกรรมของนักเรียนในโรงเรียนมากขึ้น เพราะในสังคม ยังไม่ให้ความสำคัญกับการ bullying ที่เกิดขึ้นในวัยรุ่น ประกอบกับเด็กวัยมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย อยู่ในช่วงกำลังจะโตเป็นผู้ใหญ่ จึงมีความต้องการสร้างตัวตนและอ่อนไหวมากกับการถูกล้อในเรื่องนี้
นอกจากนั้นแล้ว อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารจากสถาบันนิด้า กล่าวเพิ่มเติมว่า ถึงเวลาที่สังคมไทย ต้องยกระดับ การดูแลป้องปรามในเรื่องนี้ ด้วยการให้ความรู้ภัยร้ายที่เกิดจากการ bullying เช่น การมีนักจิตวิทยาในสถานศึกษา หรือสร้างแคมเปญรณรงค์เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจเรื่องนี้ให้มากขึ้น เพื่อให้สังคมไทยปรับทัศนคติที่นำเอารูปลักษณ์ปมด้อยของคนอื่นมาล้อเลียนเป็นเรื่องตลก และเคารพในสิทธิความเป็นมนุษย์
ส่วนวัยรุ่นเอง ก็ควรรู้เท่าทันในการเสพข่าวสาร ไม่นำพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมตามข่าว มาใช้เป็นวิธีหาทางออกเมื่อมีแรงกดดันในชีวิต ส่วนผู้ปกครองหรือ สถานศึกษา ก็ต้องให้ความรู้ในการหาทางออกที่ถูกต้อง เมื่อเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือ ก่อนจะนำไปสู่พฤติกรรมที่สุ่มเสี่ยง
ติดตามข่าววันนี้ได้ที่นี่ >>> //www.pptvhd36.com/special/ข่าววันนี้