เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม นาย สราวุธ เบญจกุลเลขาธิการ สำนักงานศาลยุติธรรม เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 9-10 สิงหาคม นายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา ได้เป็นประธานในการประชุม คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมสัญจร (กบศ.)ณ โรงแรม เดอะ ริเวอรร์ บาย กะตะธานี จังหวัดเชียงราย โดยที่ประชุมมีมติ ดังนี้ โดยที่ประชุม
ก.บ.ศ.สัญจร มอบหมายให้สำนักงานศาลยุติธรรมทำความตกลงขอใช้ที่ดินจากกรมวิชาการเกษตร บริเวณศูนย์วิจัยพืชสวนเชียงราย จังหวัดเชียงราย เพื่อก่อสร้างอาคารที่ทำการศาลอุทธรณ์ภาค 5 พร้อมที่พักอาศัย และดำเนินการขอรับการจัดสรรงบประมาณจากรัฐบาลต่อไป
โดยนายสราวุธ กล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 9 สิงหาคมที่ผ่านมา ทางสำนักงานศาลยุติธรรมได้ลงพื้นที่ศูนย์วิจัยพืชสวนเชียงราย จังหวัดเชียงราย เพื่อดูพื้นที่ก่อสร้างอาคารที่ทำการศาลอุทธรณ์ภาค 5 จนวันที่ 10 สิงหาคมจึงได้มีการนำเสนอสถานที่ดังกล่าวให้ที่ประชุม ก.บ.ศ.พิจารณาเห็นชอบสถานที่ดังกล่าว
โดยสถานที่ดังกล่าวหากได้รับการจัดสรรงบประมาณเเละก่อสร้างที่ทำการศาลอุทธรณ์ภาค 5 จนเเล้วเสร็จ เราก็จะย้ายที่ทำการศาลอุทธรณ์ภาค 5 จากที่ริมดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ มายังพื้นที่ใหม่นี้ เป็นการย้ายมาทั้งหมดทั้งที่ทำการเเละที่พักอาศัย เมื่อถามว่า หากย้ายมาเเล้วพื้นที่เดิมที่มีการส่งมอบตามสัญญาเเล้วในจังหวัดเชียงใหม่ก็จะต้องคืนใช่หรือไม่
นายสราวุธกล่าวว่า เรื่องการคืนพื้นที่จะต้องประสานงานรัฐบาลว่าจะต้องทำยังไง เเต่ว่าทาง ก.บ.ศ.ได้มีมติว่าจะใช้ที่ดินที่จังหวัดเชียงราย เพื่อทำการก่อสร้างอาคารที่ทำการศาลอุทธรณ์ภาค 5รวมถึงที่พักอาศัยด้วยโดยการจะย้ายบุคคลที่พักอาศัยได้นั้นจะต้องรอที่ทำการเเละบ้านพักในที่ใหม่ดังกล่าวสร้างเสร็จสิ้นเสียก่อน
นอกจากนี้ที่ประชุม ก.บ.ศ.มีมติเห็นชอบให้เปิดทําการศาลแขวงเชียงรายในวันที่ 1 เมษายน 2562 โดยใช้อาคารที่ทําการ อําเภอเมืองเชียงราย หลังเก่าที่ไม่ได้ใช้การเเล้ว
อ่านข่าว :
“บ้านพักดอยสุเทพ” พบข้าราชการ 30 ครอบครัว เริ่มเข้าอยู่แล้ว
เปิดผังบ้านพักตุลาการเชิงดอยสุเทพ กลุ่มค้านตั้งคำถามหรูหราเกินจำเป็นหรือไม่
ด้านนายธีระศักดิ์ รูปสุวรรณ ตัวแทนเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ แสดงความเห็นหลังทราบมติ ก.บ.ศ. ว่า ที่ผ่านมาเครือข่ายฯ ไม่เคยเรียกร้องขอให้ย้ายที่ทำการศาลอุทธรณ์ภาค 5 และบ้านพักไปที่อื่น แต่ต้องการให้รื้อถอนอาคารสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำเขตป่าดอยสุเทพ ซึ่งหมายถึงบ้านพักตุลาการ 45 หลัง และอาคารชุดอีก 9 หลัง รวมทั้งย้ายข้าราชการที่เข้าอยู่ในอาคารชุด ไปอยู่ในอาคารชุดอีก 4 หลังที่อยู่นอกเขตแนวป่าโดยเร็ว
ดังนั้นการย้ายไปก่อสร้างที่ใหม่ในจังหวัดเชียงราย จึงเป็นคนและประเด็น จึงขอยืนยันในข้อเรียกร้องเดิม คือ รื้อถอนบ้านพักและอาคารชุดในเขตแนวป่าออกทั้งหมด ส่วนจะย้ายไปที่ไหนก็เป็นเรื่องความเหมาะสมที่ ก.บ.ศ.จะตัดสินใจ
นอกจากนี้ ทางตัวแทนเครือข่ายยังตั้งข้อสังเกตว่า การย้ายที่ จ.เชียงราย อาจเป็นความต้องการยื้อเวลาหรือไม่ เพราะการสร้างใหม่ต้องใช้เวลาทั้งอนุมัติงบประมาณและการก่อสร้าง อาจใช้เวลานาน 5-10 ปี โดยวันที่ 16 สิงหาคม จะประชุมคณะกรรมการระดับจังหวัด จะมีการส่งข้อสรุปและข้อเรียกร้องครั้งสุดท้ายไปให้รัฐบาลตัดสินใจ และในวันที่ 26 สิงหาคมจะมีการชุมนุมใหญ่ตามเดิม หากยังไม่มีคำตอบชัดเจนจากรัฐบาลจะยกระดับการเคลื่อนไหวอีกครั้ง
ติดตามข่าววันนี้ได้ที่นี่ >>> //www.pptvhd36.com/special/ข่าววันนี้