หลังจากแอปพลิเคชัน “ถุงเงินประชารัฐ” ได้ถูกเปิดใช้อย่างเป็นทางการ เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ให้กับร้านค้าปลีกรายย่อย สามารถรับชำระค่าสินค้าด้วยบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตั้งแต่ 1 ส.ค. 61
กอบกุล เกตเกษา เจ้าของร้านขายของชำ ในหมู่บ้าน PK Land ซอยประชาอุทิศ อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ ก็มียอดขายเพิ่มขึ้นเกือบ 8,000 บาท หรือราว 20 % แล้ว ในช่วง 9 วันแรกของเดือน
โดยขั้นตอนในการขอติดตั้ง แอปฯ “ถุงเงินประชารัฐ” มี 4 ขั้นตอนหลัก คือ ร้านค้าต้องส่งข้อมูล เพื่อรับการพิจารณา ให้กระทรวงพาณิชย์ จากนั้น ข้อมูลจะถูกส่งมายังกรมบัญชีกลาง เพื่อให้ธนาคารกรุงไทยโหลดลงระบบ หากพร้อมให้ติดตั้งจะมี SMS ส่งมายังโทรศัพท์มือถือของร้านค้า เพื่อให้เข้ามารับการติดตั้งแอพที่ธนาคาร ส่วนการโอนเงินจากยอดขาย ร้านค้า จะได้รับในวันรุ่งขึ้น
สำหรับการเปิดระบบบัตรฯ เพื่อให้สามารถใช้ชำระผ่าน แอปฯ ถุงเงินประชารัฐทำรายการได้ง่ายๆ ทีตู้เอทีเอ็มกรุงไทย รัฐบาล เน้นย้ำ ที่ต้องมีมาตรการเปิดระบบ เพราะต้องรักษาสิทธิประโยชน์ด้านความปลอดภัยของผู้ถือบัตร และอนาคตจะเป็นช่องทางหลัก การในคืนเงินภาษีแก่ผู้มีรายได้น้อย ตามเป้าหมายที่รัฐบาลวางไว้ ช่วงมกราคม 62
ขณะที่แม่ค้าร้านรถหาบเร่ ในย่านชุมชนซอยอินทามระ ระบุว่า การขยายให้ร้านเล็กๆ สามารถรับชำระบัตรผู้มีรายได้น้อย ทำให้เธอเชื่อว่าจะมีกำไรเพิ่มขึ้น แต่รัฐฯควรลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์โครงการนี้ให้มากขึ้น
โดยการลงพื้นที่ของทีมข่าวก็พบว่า ลูกค้าที่ถือบัตรเอง ก็ ตอบรับกับรูปแบบใหม่นี้ เพราะไม่ต้องเดินทางออกไปซื้อสินค้าในร้านที่มีเครื่องอีดีซี
อย่างไรก็ตาม มาจนถึงวันที่ 5 ส.ค. 61 มีร้านค้าอยู่ในโครงการ “ถุงเงินประชารัฐ” แล้ว 2,081 ร้านค้า มูลค่าการซื้อ-ขาย ทั้งสิ้น 23 ล้านบาท กระทรวงพาณิชย์ จึงผลักดันให้ร้านค้า กลุ่มที่อยู่ตลาดสด ร้านอาหารตามสั่ง และร้านค้าปลีกรายย่อยต่างๆ ใช้ แอป ถุงเงิน ตามเป้าหมายที่ 100,000 -200,000 ราย เพื่อกระจายให้วงเงินหมุนเวียน 4,000 ล้านบาทลงในระบบเศรษฐกิจฐานรากมากขึ้น
ติดตามข่าววันนี้ได้ที่นี่ >> //www.pptvhd36.com/special/ข่าววันนี้