ปัจจุบันทั่วโลกกำลังเร่งวางระบบโครงข่ายเชื่อมต่อไร้สาย 5จี เพื่อเตรียมพร้อมรับความต้องการใช้งานในอนาคต เครือข่ายที่มีความเร็วสูงขึ้นและความหน่วยในการรับส่งข้อมูลลดลง จะทำให้มีอุปกรณ์เชื่อมต่อมากขึ้น ขณะที่เทคโนโลยี เช่น ปัญญาประดิษฐ์ อินเทอร์เนตออฟธิงส์ และบิ๊กเดต้า ก็จะถูกนำมาใช้แพร่หลายและผลักดันให้ธุรกิจในยุค 4.0 เติบโต ประเทศที่เริ่มใช้เทคโนโลยี 5จี ก่อนก็จะมีความเปรียบทางการแข่งขันเหนือประเทศอื่นๆ ซึ่งดูเหมือนว่า จีนกำลังเป็นผู้นำอยู่ในขณะนี้
รายงานล่าสุดที่จัดทำโดย ดีลอยต์ (Deloitte) บริษัทที่ปรึกษาธุรกิจชั้นนำของโลก ระบุว่า ประเทศในทวีปเอเชีย เช่น จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ กำลังทุ่มงบพัฒนาและลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยี 5จี มากกว่าสหรัฐอเมริกา
ยกตัวอย่างเช่น จีน ตั้งแต่ปี 2015 ได้ใช้งบประมาณพัฒนาโครงข่ายสื่อสารไร้สายดังกล่าวมากกว่าสหรัฐฯ 24,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยสร้างจุดเชื่อสัญญาณเพิ่มแล้ว 350,000 จุด ขณะที่สหรัฐฯ สร้างไปแล้วเพียง 2 หมื่นจุด ตัวเลขเหล่านี้มีความสำคัญมาก เพราะผลกระทบของเทคโนโลยี 5จี ที่มีต่อเศรษฐกิจนั้นมีมากกว่า สมัยที่ธุรกิจเปลี่ยนการสื่อสารจากระบบ 3จี เป็น 4จี เทคโนโลยี 5จี จะสนับสนุนการทำงานของเซ็นเซอร์ที่ใช้ในการบริหารเมืองอัจฉริยะ รถยนต์ไร้คนขับเองต้องพึ่งพาความหน่วยในการส่งข้อมูลที่ต่ำของระบบ 5จี เพื่อที่จะตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมได้ทันท่วงที
ขณะที่อุปกรณ์ที่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เนตในยุค 5จี จะสร้างข้อมูลจำนวนมาก ซึ่งสามารถนำไปใช้วิเคราะห์เพื่อพัฒนาการให้บริการและดึงดูดผู้ใช้ได้มากขึ้น
ประเทศที่เปลี่ยนไปใช้เทคโนโลยี 5จี ช้ากว่าจะพบว่าตัวเองต้องใช้เวลาและทรัพยากรมหาศาลกว่าที่จะสามารถเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ ที่ใช้เทคโนโลยี 5จี