วิจัยพบ “ยีนซอมบี้ฆ่ามะเร็ง” ในช้าง อาจรักษาคนได้ 

โดย PPTV Online

เผยแพร่

นักวิจัยค้นพบยีนบางตัวภายในระบบร่างกายของช้างที่ช่วยปกป้องพวกมันจากการเป็นมะเร็งได้ดีกว่าสัตว์ที่มีขนาดเล็กกว่า ซึ่งอาจนำมาพัฒนาเป็นยารักษาโรคมะเร็งในมนุษย์ได้

หลายคนอาจคิดว่าช้างน่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตที่เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งมากกว่าสัตว์ชนิดอื่น เนื่องจากร่างกายมีขนาดใหญ่โต ประกอบไปด้วยเซลล์มากมายมหาศาลและมีอายุขัยที่ยืนยาว แต่ในความเป็นจริงแล้ว ช้างกลับมีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตเพราะเป็นมะเร็ง เพียง 5 เปอร์เซนต์ เทียบกับมนุษย์ ที่มีความเสี่ยงจะเสียชีวิตจจากโรคดังกล่าวถึง 25 เปอร์เซนต์ โดยผลการศึกษาที่เผยแผร่ในวารสารด้านวิทยาศาตร์ “Cell Reports” ระบุว่า ที่เป็นเช่นนี้น่าจะเป็นเพราะภายในร่างกายของช้างมียีนตัวหนึ่งที่สามารถกำจัดเซลล์ที่ได้รับความเสียหายหรือเจริญเติบโตผิดปกติ ซึ่งเซลล์พวกนี้ส่วนใหญ่จะกลายเป็นเนื้อร้าย นั่นหมายความว่า กระบวนการกลายพันธุ์จนเป็นโรคมะเร็งได้ถูกยับยั้งไป ทีมวิจัยระบุว่า ยีนดังกล่าวมีลักษณะคล้ายซอมบี้ เพราะในช่วงเวลาหนึ่งของวิวัฒนาการ ยีนตัวนี้ได้หยุดการทำงานไปแล้ว แต่ฟื้นกลับมาทำงานอีกครั้งในภายหลัง

 วินเซนต์ เจย์ ลินช์ นักชีววิวัฒนาการของมหาวิทยาลัยชิคาโก ในสหรัฐฯ หนึ่งในทีมวิจัย อธิบายเสริมว่า ยีนซอมบี้นี้ มีอีกชื่อว่า ยีน LIF6 เกิดจากยีนเทียม ซึ่งเป็นยีนกลายพันธุ์หรือยีนที่ทำงานไม่ได้ตามปกติ โดยกำเนิดขึ้นในระบบร่างกายของช้างตั้งแต่เมื่อ 59 ล้านปีก่อน แต่ได้หยุดทำงานไป ก่อนที่จะคืนชีพอีกครั้งในช่วง 30 ล้านปีก่อน ทำให้ช้างรุ่นหลังๆ มีความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งลดลง

ก่อนหน้านี้ เมื่อปี 2015 นักวิทยาศาสตร์อีกกลุ่มหนึ่งพบว่า ช้างมียีน P53 ซึ่งมีคุณสมบัติในการฆ่ามะเร็งมากกว่ามนุษย์ถึง 20 เท่า ซึ่งทีมวิจัยของลินช์ ระบุว่า ยีน P53 จะเป็นตัวกระตุ้นให้ยีน LIF 6 สร้างโปรตีนเพื่อส่งไปเจาะทำลายแหล่งพลังงานของเซลล์ที่ผิดปกติได้อย่างรวดเร็ว ลินช์ เชื่อว่าการทำความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการป้องกันมะเร็งภายในร่างกายของช้าง อาจปูทางไปสู่การพัฒนายารักษามะเร็งชนิดใหม่ๆสำหรับมนุษย์ได้

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ