ท่าทีดังกล่าวถือเป็นการเปลี่ยนแปลงนโยบายครั้งสำคัญของรัฐบาลออสเตรเลีย ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีมัลคอล์ม เทิร์นบูล หลังจากที่เขาต้องเผชิญกับแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นจากสมาชิกพรรคบางส่วน ที่ไม่เห็นด้วยกับนโยบายประกันพลังงานแห่งชาติของเขา
นโยบายดังกล่าว กำหนดให้รัฐบาลออสเตรเลียวางแผนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในประเทศลง 26% (จากระดับในปี 2005) โดยตั้งเป้าจะทำให้สำเร็จภายในปี 2030 อีกทั้งยังกำหนดให้ผู้ผลิตไฟฟ้ากำหนดราคาขายไฟฟ้าที่ถูกลง และลงทุนในพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกมากขึ้น
สำหรับการเปลี่ยนนโยบายกะทันหันครั้งนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสข่าวความขัดแย้งภายในพรรครัฐบาลอนุรักษ์นิยมของนายเทิร์นบูล ที่ดึงให้คะแนนนิยมของพรรคตกเป็นรองพรรคแรงงาน ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้าน และหากนายเทิร์นบูลไม่เร่งแก้ไขปัญหานี้ ก็อาจบานปลายจนกระทบกับเก้าอี้นายกฯของเขาเอง
นายเทิร์นบูลชี้แจงว่า ในเวทีการเมือง คุณต้องโฟกัสแต่สิ่งที่คุณทำได้จริงเท่านั้น แต่ยืนยันว่าออสเตรเลียจะยังคงเป็นสมาชิกและจะปฏิบัติตามกติกาของข้อตกลงปารีสเพื่อลดโลกร้อน ซึ่งมีสาระสำคัญ คือ การควบคุมการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกให้ต่ำกว่า 2 องศาเซลเซียส
ที่ผ่านมา สถานการณ์ความขัดแย้งภายในพรรครัฐบาล นำไปสู่การเปลี่ยนตัวผู้นำมาแล้วหลายครั้ง โดยนับตั้งแต่ปี 2007 เป็นต้นมา ออสเตรเลียเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีมาแล้วทั้งสิ้น 5 ครั้ง ซึ่งการเลือกตั้งครั้งต่อไป ที่จะมีขึ้นปลายปีนี้ ก็มีกระแสคาดการณ์ว่า ชัยชนะอาจเป็นของพรรคแรงงาน
ติดตามข่าววันนี้ได้ที่นี่ >> //www.pptvhd36.com/special/ข่าววันนี้