วันนี้ (21 ส.ค.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนเริ่มการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้หารือร่วมกับภาคเอกชน ในการประชุมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน และภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย มีวาระสำคัญคือการเสนอผลักดันแผนพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ หรือ เอสอีซี ซึ่งคล้ายกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี โดยเป็นการต่อยอดการพัฒนาทางเศรษฐกิจทั้งระบบ เช่น การขยายเส้นทางรถไฟทางคู่ ชุมพร-ระนอง การพัฒนาท่าเรือน้ำลึก รวมถึงการขยายสนามบินเป็นต้น ก่อนเข้าสู่วาระ พล.อ.ประยุทธ์ ย้ำว่าการลงพื้นที่ ไม่ใช่การเทงบประมาณ แจกเงินเพื่อหาเสียง ทุกโครงการจะต้องพิจารณาตามความเหมาะสม และพิจารณาอย่างรอบด้าน
ก่อนประชุม นายกรัฐมนตรี ยังได้เยี่ยมชมความก้าวหน้าการจัดตั้งมหาวิทยาลัย CMKL ที่เป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยคาร์เนกี เมลลอน กับ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ที่นำงานวิจัยและนวัตกรรม ทางเกษตรและทางทะเล มาจัดแสดง โดย นายกรัฐมนตรี ได้ทดลองนั่งรถฟอมูล่า ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ด้านการประหยัดน้ำมัน และได้รางวัลรองชนะเลิศด้านอัตราการเร่งของรถในระยะทางที่กำหนดด้วย
ส่วนวาระการประชุมที่น่าสนใจ นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะเสนอชื่อ นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ อธิบดีกรมการข้าว เป็นปลัดกระทรวง แทนปลัดคนปัจจุบันที่จะเกษียณอายุราชการ เช่นเดียวกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่จะมีการเสนอแต่งตั้งปลัดกระทรวง แทนตำแหน่งเกษียณอายุราชการเช่นเดียวกัน
สำหรับการประชุม ครม.สัญจร ครั้งนี้ มี พล.อ.ธวัชชัย สมุทสาคร อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 และอดีตผู้สมัคร ส.ส. ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคชาติพัฒนา มารอต้อนรับ พร้อมยืนยันว่า การมาพื้นที่ภาคใต้ครั้งนี้ ไม่มีเป้าหมายพูดคุยกับอดีต ส.ส. หรือ หานักการเมืองไปร่วมงาน เพราะวางมือทางการเมืองแล้ว
พล.อ.ธวัชชัย ยังยืนยันเดินหน้าผลักดันโครงการคลองไทย ซึ่งเป็นการขุดคลองเชื่อมอ่าวไทย-อันดามัน เพื่อเดินเรือขนส่งสินค้าต่อไป แต่ยังไม่ได้นำมายื่นเป็นข้อเสนอให้ที่ประชุม ครม.สัญจร พิจารณา เพราะยังอยู่ระหว่างเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นอย่างรอบด้าน โดยจะเปิดเวทีอีกครั้งวันที่ 25 สิงหาคมนี้ ที่ จังหวัดมหาสารคาม