“ครอบแก้ว” บำบัดโรค-คลายกล้ามเนื้อนักกีฬาว่ายน้ำเอเชียนเกมส์ 2018

โดย PPTV Online

เผยแพร่

หากใครได้รับชมการแข่งขันกีฬาว่ายน้ำในการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ 2018 หลายคนอาจสังเกตเห็นร่องรอยวงกลมสีแดงที่ปรากฎอยู่บนแผ่นหลังของนักกีฬาว่ายน้ำ ซึ่งเรียกว่า การครอบแก้ว หรือ Cupping เป็นศาสตร์แพทย์แผนจีนโบราณที่ช่วยบำบัดโรค ลดอาการปวดอักเสบของกล้ามเนื้อ จนกลายเป็นตัวช่วยสุดฮิตของเหล่านักกีฬา ทีมนิวมีเดียพีพีทีวีจึงได้รวบรวมประวัติ และประโยชน์ของการครอบแก้วมาให้ได้ทราบกัน เพราะไม่เพียงแต่เป็นประโยชน์กับนักกีฬาเท่านั้น แต่บุคคลทั่วไปก็สามารถครอบแก้วเพื่อรักษาอาการต่างๆได้เช่นกัน

วันนี้(24 ส.ค.61) การครอบแก้ว หรือ Cupping ไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้นแต่อย่างใด แต่เป็นการรักษาตามแนวทางแพทย์แผนจีนที่มีประวัติยาวนานกว่า 2,000 ปี โดยจากตำราแพทย์จีนได้ ระบุว่าการครอบแก้วสามารถฟื้นฟู บำบัด และรักษาโรคต่างๆ ในร่างกายได้ แรกเริ่มเป็นการนำเขาสัตว์ที่กลวงมาทำเป็นถ้วยสำหรับครอบ ต่อมาจึงเปลี่ยนมาใช้ถ้วยที่ทำจากไม้ไผ่และเซรามิก ปัจจุบันเป็นการนำแก้วชนิดพิเศษ สีใส มีลักษณะกลมคล้ายลูกบอล แต่มีด้านเปิดสำหรับครอบหนึ่งด้าน มาใช้ในการครอบแก้ว

การครอบแก้ว คือ การใช้ความร้อนขับไล่อากาศภายในถ้วยออกจนเกิดสูญญากาศขึ้น และรีบวางบริเวณจุดเส้นลมปราณบนร่างกาย ถ้วยแก้วจะดูดกล้ามเนื้อขึ้นเพื่อกระตุ้นเลือดลมบริเวณตำแหน่งที่ถูกครอบ แก้ว ทำให้ผิวหนังบริเวณที่ครอบแก้วเป็นจ้ำๆ สีแดง สีแดงคล้ำ บางสีออกอมม่วงเข้ม ซึ่งสีที่แสดงออกมาของผู้ป่วยแต่ละรายอาจแตกต่างกัน คือ เกิดการสะสมของเสีย และเลือดที่อุดตันภายในกล้ามเนื้อบริเวณที่ปวด สีในการทำครอบแก้วครั้งแรกอาจมีสีเข้มในระดับ 10 เมื่อทำครั้งที่ 2-3 ไปเรื่อยๆ ระดับความเข้มของสีจะลดลง ซึ่งนั่นแสดงถึงผู้ป่วยมีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อดีขึ้น

ประโยชน์หรือวัตถุประสงค์หลักๆ ในการครอบแก้ว คือ เพื่อให้เกิดการไหลเวียนโลหิต (เลือดลมเดินสะดวก), เพื่อกำจัดความชื้น ของเสียในร่างกายได้, ช่วยลดอาการคั่ง อุดกั้นของเลือดภายในร่างกาย และ เพื่อป้องกัน และส่งเสริมสุขภาพให้แข็งแรง

วิธีการครอบแก้วมีหลายวิธี แต่วิธีที่เป็นที่นิยมได้แก่ โจ่วก้วน (การเดินถ้วย) คือ การครอบแก้วแบบเคลื่อนตำแหน่ง ขึ้น-ลง หรือซ้าย-ขวาตามที่ต้องการจนกว่าผิวหนังจะแดงออกสีที่เกิดจากเลือดคั่ง แล้วจึงเอาออกเพื่อรักษาอาการปวดเมื่อยจากลม และความชื้น รวมถึงอาการชาด้วย

หลิวก้วน (ครอบแก้ว) คือ การครอบแก้วแบบคาทิ้งไว้สักพักประมาณ 8-10 นาที ตามตำแหน่งเส้นลมปราณบนร่างกาย โดยไม่ต้องเลื่อนถ้วยแก้ว เมื่อครบเวลาผิวหนังจะแดง หรือแดงคล้ำ ฯลฯ ส่วนมากใช้รักษาผู้ป่วยที่มีอาการปวดจากความเย็น หรือปวดจากร่างกายภายในเสียสมดุล หรือมีอาการปวดเฉพาะที่ในระดับค่อนข้างลึก

ส่านก้วน คือ การครอบแก้วแบบดึงเข้า-ดึงออก ซ้ำไปมา ขึ้น-ลง ซ้าย-ขวาหลายๆ ครั้งจนกว่าผิวหนังบริเวณดังกล่าวเป็นสีแดง คือ มีภาวะเลือดคั่งแล้วจึงหยุด การทำส่านก้วนส่วนมากใช้รักษาผู้ป่วยที่มีอาการปวดและชาที่บริเวณผิวหนัง หรือสมรรถภาพเสื่อมถอย

ซือลั๋วป๋าก้วน คือ การครอบแก้วที่ใช้เข็มร่วมด้วย หลังจากฆ่าเชื้อตำแหน่งที่ต้องการครอบแก้วจะใช้เข็มจิ้มให้เลือดออก หลังจากนั้นจึงครอบแก้วลงไปเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการรักษา ส่วนมากใช้รักษาโรคงูสวัส ไฟลามทุ่ง และอาการปวดเมื่อยเคล็ดขัดยอก เหมาะกับผู้ป่วยที่มีพื้นฐานร่างกายแกร่ง เป็นต้น ก่อนการรักษาควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ วินิจฉัยก่อนการทำการรักษา

ในส่วนของผลการรักษา คือ ถ้าทำครั้งแรกความเข้มของสีระดับ 10 พอทำครั้งที่ 2-3 ความเข้มของสีจะลดน้อยลงเรื่อยๆ แสดงให้เห็นว่า อาการเจ็บป่วยปวดเมื่อยต่างๆ ทุเลาลง และจะหายเป็นปกติในที่สุด

นอกจากนี้ยังมี ข้อควรระวังหลังการครอบแก้ว คือ ไม่ควรอาบน้ำทันที หลังการทำครอบแก้ว การทำครอบแก้วไม่ควรทิ้งไว้นานเกิน10นาที เนื่องจากอาจทำให้ผิวหนังเกิดการบาดเจ็บได้ และอาจเกิดรอยเป็นจ้ำๆ ที่ผิวหนังบริเวณที่มีการครอบแก้ว คล้ายรอยกระแทกฟกช้ำ ซึ่งสีของรอยจะบ่งบอกอาการของโรคต่างกัน จะใช้ระยะเวลา4-5วัน รอยเหล่านี้จะค่อยๆ เลือนหายไป ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค และขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคน ว่าการไหลเวียนของลมปราณและเลือดดีมากน้อยอย่างไร ซึ่งรอยเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องทายา บางรายอาจมีระบมได้ในวันรุ่งขึ้น หากเป็นมากอาจมีไข้ต่ำๆ การบรรเทาควรใช้ผ้าอุ่นๆประคบ หรือทานยาแก้ปวดช่วยลดไข้และลดอาการปวดได้

ขอบคุณภาพ และข้อมูล : China Xinhua News

คลินิกฝังเข็มและนวดแผนจีน โรงพยาบาลกรุงเทพ

โรงพยาบาลยันฮี 

ติดตามข่าววันนี้ได้ที่นี่ >> //www.pptvhd36.com/special/ข่าววันนี้

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ