วันนี้ (30 ส.ค.61) รศ.ดร.เจษฏา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำสาขาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะผู้ที่ติดตามการตวจสอบคดี จีที200 มาตลอด ระบุว่า กรณีที่ นายสุรศักดิ์ คีรีวิเชียร กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุกจริตแห่งชาติ ออกมาพูดว่า การจะวินิจฉัยว่าถูกหรือผิดนั้น เป็นเรื่องยาก เพราะบางครั้งไม่ได้อยู่ที่มูลค่าของเครื่อง แต่เหมือนเป็นความเชื่อ เหมือนพระเครื่อง ซึ่งเจ้าหน้าที่ผู้ใช้งานรู้สึกคุ้มค่า ซึ่งตนมองว่าหากเป็นเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานพูดก็สามารถพูดได้ เพราะเป็นผู้ใช้งาน แต่เมื่อมีข้อมูลว่าเครื่อง จีที200 ใช้งานไม่ได้จริงก็จะเริ่มเปลี่ยนความคิด แต่ในกรณีกรรมการ ป.ป.ช.ซึ่งเป็นหน่วยงานตรวจสอบ ไม่ควรใช้ความรู้สึกมาตัดสินคดี ( อ่านข่าว : นักวิชาการ ชี้ ป.ป.ช.ไม่ควรใช้ความรู้สึกวินิจฉัยคดี “จีที200” )
ทีมนิวมีเดียพีพีทีวี ขอพาไปทบทวนความจำซึ่งเป็นจุดกำเนิดเรื่องราวของ “จีที200” และคำจำกัดความที่ถูกเรียกว่า “ไม้ล้างป่าช้า” มาให้อ่านกัน
สำหรับเครื่อง “จีที200”(GT200) หรือชื่อ “เครื่องตรวจจับสสารระยะไกล” (remote substance detector) ทางผู้ผลิตอ้างว่า หลักการทำงานของเครื่องจีที200 คือใช้ไฟฟ้าสถิตบนร่างกายในการตรวจหาสสารตามประเภทของ “เซ็นเซอร์การ์ด” ที่ใส่เข้าไปในเครื่องให้ตรวจสอบ ตั้งแต่กระสุน สารระเบิด ยาเสพติด ทองคำ งาช้าง ธนบัตร ยาสูบ ไปจนถึงร่างกายมนุษย์ โดยสามารถตรวจจับได้ทั้งบนบก บนน้ำ ในอากาศ ใต้น้ำ และใต้ดิน ตั้งแต่ 60-4,000 เมตร
ส่วนประกอบของเครื่อง “จีที200” จะมี 3 ส่วน คือ “เสาอากาศ” ที่ติดกับตัว “ที่จับ” ซึ่งทำจากพลาสติก และ “ช่องใส่การ์ด” เพื่อเลือกชนิดสสารที่จะตรวจจับ ซึ่งเครื่องจะทำงานก็ต่อเมื่อผู้ใช้เริ่มต้นเดินค้นหา
จีที200 เริ่มวางจำหน่ายในปี 2544 โดยมีผู้ผลิตและจำหน่ายคือบริษัท โกลบอล เทคนิคัล จำกัด (Global Technical Limited) ของอังกฤษ ที่มีนายแกรี่ โบลตัน เป็นเจ้าของ เครื่องนี้ขายได้ดีในประเทศกำลังพัฒนา ทั้งไทย เม็กซิโก ตะวันออกกลาง และแอฟริกา
ประเทศไทยหน่วยงานแรกที่จัดซื้อเครื่อง จีที200 มาใช้คือกองทัพอากาศ (ทอ.) เมื่อปี 2548 โดยจัดซื้อราคาเครื่องละ 9.66 แสนบาท
ต่อมาในปี 2550-2552 หน่วยงานรัฐต่างๆ ได้จัดซื้อมาใช้งาน เนื่องจาก ทอ. นำมาใช้ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และพบว่าสามารถตรวจพบอาวุธ กระสุน และวัตถุระเบิดหลายครั้ง จนเป็นที่เชื่อมั่นของผู้ใช้งาน
ทำให้ระหว่างปี 2548-2553 หน่วยงานของรัฐไทย 15 หน่วยงาน ซื้อจีที200 มาใช้รวม 1,398 เครื่อง เป็นเงินกว่า 1,134 ล้านบาท ในราคาตั้งแต่เครื่องละ 4.26 แสนบาท –1.38 ล้านบาท
ทว่า ช่วงปลายในปี 2552 เกิดเหตุเครื่องจีที200 ทำงานผิดพลาดทำให้เกิดเหตุระเบิดข้างโรงแรมเมอร์ลิน จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2552 และตลาดสด จ.ยะลา เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2552 ผนวกกับภาคประชาชน โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวของเครือข่ายในโลกออนไลน์ เกาะติดเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง จึงนำไปสู่การเรียกร้องให้พิสูจน์การทำงาน จีที200 “ด้วยวิทยาศาสตร์”
และผู้ที่ทำการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ คือ อาจารย์เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่เชื่อว่าเครื่องมือนี้ไม่ต่างอะไรกับ “ไม้ล้างป่าช้า” เพราะไม่มีหลักการวิทยาศาสตร์อะไรรองรับในการทำงาน
ในช่วงเดือน ม.ค.53 การเดินหน้าพิสูจน์การทำงานของ “จีที200” เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้นจากหลายหน่วยงาน กระทั่งต้นปี 2553 สำนักข่าวบีบีซี ตรวจสอบ “เซ็นเซอร์การ์ด” ตรวจจับสสารของ จีที200 พบว่า เป็นเพียงกระดาษเปล่า 2 แผ่นแปะเข้าหากัน รวมถึงภายในเครื่องไม่มีอุปกรณ์นำไฟฟ้าใดๆ
16 ก.พ.53 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขณะนั้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ผลการทดสอบ จีที200 จำนวน 20 ครั้ง ปรากฏว่า หาวัตถุระเบิดได้ถูกต้องเพียง 4 ครั้ง ซึ่งมีนัยทางสถิติไม่ต่างอะไรจากการ “เดาสุ่ม” และสั่งให้ทุกหน่วยงานยกเลิกการจัดซื้อโดยทันที
24 ก.ค.55 พล.อ.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. (ขณะนั้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.) เตรียมยกเลิกใช้งานจีที200
ปี 2556 ศาลอาญากลางของอังกฤษและเวลส์ ตัดสินจำคุกนายโบลตัน ผู้ก่อตั้งบริษัทโกลบอลฯ เป็นเวลา 7 ปี และนายแม็คคอร์มิค ผู้ก่อตั้งบริษัทเอทีเอสซี เป็นเวลา 10 ปี ในความผิดฐานฉ้อโกง จากการขายอุปกรณ์ปลอมเหล่านี้ให้กับรัฐบาลประเทศต่างๆ รวมถึงไทย ก่อนที่ศาลเดิมจะมีคำสั่งให้ยึดทรัพย์สินของนายแม็คคอร์มิค รวมมูลค่า 7.94 ล้านปอนด์ (ราว 397 ล้านบาท) เพื่อนำมาขายทอดตลาด จ่ายเป็นเงินชดเชยความเสียหายให้กับลูกค้า
ต่อมา 20 มิ.ย.59 สตง.เตรียมรื้อคดีจัดซื้อเครื่อง จีที200 ( อ่านข่าว : พลิกปม GT200 ตรวจสอบไม่ง่าย สตง.เตรียมรื้อคดี )
21 มิ.ย.59 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังทราบว่าไทยไม่มีรายชื่อขอรับเงินเยียวยา หลังศาลอังกฤษตัดสินให้บริษัทที่จำหน่ายอุปกรณ์จีที200 จ่ายเงินชดเชยให้ผู้ซื้อในหลายประเทศ โดยนายกรัฐมนตรีบอกว่าให้ฝ่ายกฎหมายดำเนินการตามช่องทางที่ทำได้ (อ่านข่าว : นายกฯ ไม่มั่นใจ ไทยได้เงินค่าเสียหายซื้อจีที 200 )
พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีตผู้บัญชาการทหารบก รับ การจัดซื้อเครื่องตรวจวัตถุระเบิด จีที 200 ไม่ได้เป็นไปตามขั้นตอนของกองทัพ (อ่านข่าว : พล.อ.อนุพงษ์ ยอมรับกองทัพจัดซื้อ GT200 ด้วยวิธีพิเศษ)
22 มิ.ย.59 นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี คาดว่า มูลค่าความเสียหายการจัดซื้อเครื่องตรวจวัตถุต้องสงสัย จีที200 ของหน่วยงานต่าง ๆ รวมกันแล้วอาจสูงถึง 800 ล้านบาท ซึ่งมากกว่ามูลค่าที่ศาลอังกฤษสั่งยึดทรัพย์ผู้ผลิต (อ่านข่าว : รองนายกฯ มอบอัยการสูงสุด ฟ้องเรียกค่าเสียหาย GT200)
ขอบคุณข้อมูลจาก ไทยพับลิก้า https://thaipublica.org/2016/06/gt200-29-6-2559
ขอบคุณภาพจาก AFP