เมื่อวันที่ (31 ส.ค. 61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 5 คนไปฝากขังที่ศาลจังหวัดกาญจนบุรี ในข้อหาร่วมการฆ่า นายนวพงศ์ สัจธรรมภิวัตน์ โดยไตร่ตรองไว้ก่อน และร่วมกันซ้อนเร้น เคลื่อนย้าย ทำลายศพ ซึ่งทั้ง 5 คน ประกอบด้วย นายภูผาทอง หรือใหญ่ ผาทองภูมิ คนวางแผน และบงการทั้งหมด นายโซนี สัญชาติเมียนมาร์ คนสังหารและตัดคอ นายนิวอ่อง หรือโอม สัญชาติเมียนมาร์ ผู้ร่วมลงมือสังหาร นายณัฐพล หรือกอล์ฟ วิวัฏฏ์กุลธร เป็นหลานชายของผู้ตาย และนายมนตรี หรือ อิม สูนคำ ที่ร่วมกันเคลื่อนย้าย เผาศพ นายนวพงศ์ ในไร่มันสำปะหลัง บ้านแก่งระเบิด อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี เมื่อวันที่ 3 ส.ค.2558
ตำรวจกองบังคับการปราบปราม และพนักงานสอบสวนสภ.ไทรโยค ได้สอบปากคำนางเอียด สัจธรรมภิวัตน์ ภรรยาผู้เสียชีวิต จนได้ข้อมูลแน่ชัดว่านางเอียด มีส่วนร่วมในการวางแผนฆ่าสามีตนเองด้วย โดยก่อนที่นายโซนี และนายนิวอ่อง จะไปฆ่านายนวพงษ์ นายใหญ่บอกนางเอียดให้พาลูกชายไปหลบในกระท่อมกลางป่า จุดที่เผาทำลายศีรษะนายนวพงศ์ ก่อนนำกระโหลกไปโปรยในแม่น้ำแควน้อย และตลอด3ปี นางเอียด พยายามปิดบังลูกชายและคนที่ถามหาสามี โดยตอบคำถามนี้ว่า สามีหนีไปบวชอยู่ฝั่งเมียนมาร์
ตำรวจจึงขออนุมัติศาลออกหมายจับ และได้นำหมายศาลจังหวัดกาญจนบุรี ควบคุมตัวนางเอียด ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่น โดยไตร่ตรองไว้ก่อน พร้อมนำตัวไปฝากขังที่ศาล จังหวัดกาญจนบุรี โดยพนักงานสอบสวน ได้ยื่นคัดค้านการขอประกันตัว ของผู้ต้องหาทั้ง 6 คนนี้
สำหรับปมในการสังหาร จากการสืบสวนทราบว่า ผู้ตายมีทรัพย์สินเป็นที่ดินหลายแปลง และนำไปขายได้เงินมากว่า 10 ล้านบาท โดยผู้ตายนำเงินไปใช้หนี้สินจำนวน 5.8 ล้านบาท ส่วนเงินที่เหลือได้นำไปซื้อที่ดินไว้ 2 แปลง เพื่อทำไร่ และกิจการบ้านพักในพื้นที่อ.ทองผาภูมิ ที่นายใหญ่ต้องการเป็นเจ้าของ รวมถึงนายใหญ่กับภรรยาของผู้ตาย มีพฤติกรรมที่แสดงได้ว่า มีความสัมพันธ์ในเชิงชู้สาว
แม้ว่าตอนนี้ยังไม่พบร่องรอยใดที่บงชี้ว่าเป็นกระดูก หรือเสื้อผ้าผู้เสียชีวิต ประกอบเป็นหลักฐานในชั้นศาล แต่ตำรวจเชื่อว่า สำนวนการสอบสวนรัดกุมพอที่อัยการจะสั่งฟ้องและศาลพิจารณาโทษได้ เพราะผู้ต้องหาทั้งหมดรับสารภาพ และพยานบุคคล ระบุช่วงเวลาก่อเหตุได้ตรงกับคำสารภาพของผู้ต้องหา แต่ตำรวจยังรอผลพิสูจน์จากหลักฐานต่างๆ ในบ้านเกิดเหตุ ว่าอาจจะพบร่องรอยคราบเลือดของผู้เสียชีวิตได้ โดยพิสูจน์หลักฐานจังหวัดกาญจนบุรีขอเวลา 30 วัน