ตำรวจขอศาลออกหมายจับแอดมิน “CSI LA-สมุยไทม์” คดีที่2

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ความคืบหน้ากรณีที่นักท่องเที่ยวสาวชาวอังกฤษให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างชาติว่าถูกล่วงละเมิดทางเพศในพื้นที่เกาะเต่า จนทำให้ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของไทยได้รับผลกระทบ หลังจากที่ตำรวจลงพื้นที่ตรวจสอบและยืนยันว่าไม่มีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น ล่าสุดตำรวจเตรียมออกหมายจับใบที่สองกับ 2 เจ้าของเพจดังหลังชาวบ้านในพื้นที่เกาะเต่าได้เข้าแจ้งความเพิ่มเติม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พันตำรวจเอกวิชอบ เกิดเกลี้ยง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า ในฐานะผู้รับผิดชอบงานสอบสวนกรณีนายไชยันต์ ธุระสกุล นายกเทศมนตรี ตำบลเกาะเต่า อำเภอเกาะพะงัน พร้อมนายสุนทร ศรีสังข์ นายกสมาคมท่องเที่ยวเกาะเต่า และชาวบ้านในพื้นที่ ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์เพื่อเอาผิดแอดมินเพจเฟซบุ๊ก CSI LA และเว็บไซต์สมุยไทม์ ฐานนำข้อความอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ หลังเผยแพร่ข้อมูลอ้างว่า เป็นพื้นที่เกิดเหตุวางยาและข่มขืนนักท่องเที่ยวสาวชาวอังกฤษ แต่เจ้าหน้าที่ได้สืบสวนสอบสวนแล้วไม่พบว่ามีเหตุเกิดขึ้น

ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนได้รับเป็นคดีที่มีการกระทำความผิดต่างกรรมต่างวาระกันกับที่มีผู้ประกอบการรายหนึ่งบนเกาะเต่าเข้าแจ้งความก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม ที่ผ่านมา และศาลจังหวัดเกาะสมุย ได้ออกหมายจับเจ้าของเว็บไซต์สมุยไทม์เป็นคดีแรกไปแล้ว

ขณะนี้ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานเกี่ยวกับเพจเฟซบุ๊ก CSI LA ที่มีนายประมุข อนันตศิลป์ หรือ เดวิด คนไทยเป็นเจ้าของอยู่ต่างประเทศ และเว็บไซต์สมุยไทม์ ของนางซูซาน บัชอะนาน ชาวอังกฤษ ให้พนักงานสอบสวน สภ.เกาะเต่า นำสำนวนไปขออนุมัติออกหมายจับต่อศาลจังหวัดเกาะสมุยในวันนี้ ซึ่งจะเป็นหมายจับครั้งที่ 2 ที่จะดำเนินคดีกับเจ้าของทั้ง 2 เพจดังกล่าว

ด้านพลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ระบุว่า ขณะนี้ตำรวจไทยประสานผ่านช่องทางกับกงสุลใหญ่ สถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทยไปถึงตำรวจลอนดอน เพื่อให้บันทึกปากคำผู้เสียหาย พร้อมกับพยานเอกสารหลักฐานส่งกลับมาให้ตำรวจไทย คาดว่าจะใช้ระยะเวลา 1 เดือน แต่ทั้งนี้ ตำรวจไทยยังยืนยันคำเดิมจากพยานหลักฐานว่าไม่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นจริง ตามที่นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อที่ประเทศอังกฤษ

นอกจากนี้ ตำรวจไทยยังยืนยันว่า จะให้ความเป็นธรรมกับนักท่องเที่ยวคนดังกล่าวที่อ้างว่าได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่หากพิสูจน์แล้วไม่พบว่ามีมูลความจริง ก็จะดำเนินคดีแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน และจะขึ้นแบล็กลิสต์ห้ามเข้ามาประเทศไทยอย่างถาวร 

โดยที่ผ่านมาเคยมีเหตุการณ์นักท่องเที่ยวกุเรื่อง เพื่อเรียกร้องเงินกองทุน เพื่อนำหลักฐานไปเบิกประกันทรัพย์สิน มาแล้ว อาทิพื้นที่ เกาะเต่า 2 ราย เกาะสมุย 1 ราย และกระบี่ 1 ราย จึงแจ้งดำเนินคดี ข้อหาแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีส่งฟ้องศาล เมื่อเสร็จสิ้นคดี ได้ส่งตัวมาให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง บันทึกขอให้เพิกถอนการอยู่ในราชอาณาจักร และขึ้นบัญชีบุคคลไม่พึงประสงค์ ซึ่งการแจ้งความเท็จ และทำให้การท่องเที่ยวไทยเสื่อมเสียชื่อเสียง เข้าข่ายลักษณะต้องห้ามตาม พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง จึงเพิกถอนวีซ่าและขึ้นบัญชีเป็นบุคคลต้องห้ามเข้าประเทศไทย                                        

ติดตามข่าววันนี้ได้ที่นี่ >> //www.pptvhd36.com/special/ข่าววันนี้

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ