‘ปี 2560 ปีเดียว พุ่ง 7 เท่า’
ข้อมูลจากมติมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 20/2561 ได้เปิดเผยรายงานการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในวัด พบว่า ปัจจุบันมีแนวโน้มของพระสงฆ์เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดูจากจำนวนพระสงฆ์ที่เข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาตั้งแต่ปี 2551 จนถึงปัจจุบัน โดยในปี 2560 ที่ผ่านมานั้น มีสัดส่วนที่เพิ่มสูงขึ้น อย่างก้าวกระโดด โดยเพิ่มมากกว่าในปี 2551 ถึง 7 เท่า
‘พระสงฆ์หนุ่มมากที่สุด’
ขณะที่ช่วงอายุของพระสงฆ์ที่เข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 20-25 ปี สอดคล้องกับช่วงอายุของกลุ่มคนทั่วไป ที่เข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา โดยจากข้อมูลตั้งแต่ปี 2560 จนถึงปัจจุบัน มีพระสงฆ์ 0.09% เปอร์เซ็นต์ ที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนพระสงฆ์ทั่วประเทศ แม้ดูเหมือนว่าจะน้อยแต่ก็ถือว่า ทำให้เกิดภาพลักษณ์ด้านลบต่อวงการพระสงฆ์ ซึ่งฐานความผิดเกี่ยวกับการเป็น ผู้จำหน่ายยาเสพติดของพระสงฆ์ที่เข้าไปเกี่ยวข้องและมีของกลางสูงที่สุด คือ ยาบ้า จำนวน 200,000 เม็ด เหตุเกิดเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2561 ในพื้นที่จังหวัดลำปาง
‘สอบประวัติพบมากกว่าครึ่งเสพยาหลังบวช’
และเมื่อมีการตรวจสอบประวัติของพระสงฆ์จากที่ปรากฏตามการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชน พบว่า มากกว่ากึ่งหนึ่งไม่เคยมีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติดมาก่อน ทั้งด้านการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา
มหาเถรสมาคมตรวจเข้ม ‘การบวช’
ดังนั้น สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติและสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส. จึงต้องเร่งแก้ไขเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะการคัดกรองผู้ที่จะเข้ามาขอบรรพชาอุปสมบท โดยสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้แจ้งเจ้าคณะจังหวัดทั้งสองฝ่ายเพื่อแจ้งเจ้าคณะพระสังฆาธิการทุกระดับชั้นในเขตปกครองรวมทั้งดูแลพระภิกษุ สามเณรในปกครองโดยใกล้ชิด
นอกจากนี้ ได้ให้มีการจัดทำฐานข้อมูลพระภิกษุ สามเณร ศิษย์วัด โดยเจ้าอาวาสประสานสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด ดำเนินการรวบรวมข้อมูลบุคคลของพระภิกษุ สามเณร ศิษย์วัด ในแต่ละวัด โดยให้ข้อมูลครอบคลุมไปถึงเลขประจำตัวประชาชน และมีการดูแลให้ข้อมูลทันสมัยอยู่เสมอ ทั้งในกรณีที่พระภิกษุ สามเณร ย้ายสถานที่สังกัดวัดทั้งภายในจังหวัด และย้ายเข้า-ออก นอกจังหวัด
การตรวจตราวัดที่ปรากฏข่าวสารการแพร่ระบาดของยาเสพติด รวมทั้งวัด-สำนักสงฆ์ ที่พบข่าวสารการแพร่ระบาดยาเสพติด เพื่อลดปัญหาและป้องปรามเฝ้าระวัง โดยมีผู้แทนจากเจ้าคณะจังหวัด หรือพระวินยาธิการร่วมในการปฏิบัติการด้วยทุกครั้ง
ด้านพระภิกษุ สามเณร ที่มีพฤติกรรมเสพติดยาเสพติดให้ผู้แทนจากเจ้าคณะจังหวัดพิจารณาดำเนินการตามความเหมาะสม เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา
ที่สำคัญ พระภิกษุ สามเณร ที่มีพฤติกรรมค้ายาเสพติดให้ลาสิกขา และดำเนินคดีตามขั้นตอนตามกฎหมาย
รวมทั้งให้มีการป้องกันการแพร่ระบาดยาเสพติดเข้าสู่วัด ด้วยการถวายความรู้เพื่อการป้องกันยาเสพติดแก่พระสังฆาธิการ ได้แก่ เลขานุการเจ้าคณะอำเภอ เจ้าอาวาส และพระวินยาธิการ เพื่อประโยชน์ในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในวัด ตรวจสุขภาพ และให้บริการด้านสาธารณสุขแก่พระภิกษุ สามเณร ควบคู่ไปกับตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะ เพื่อดูแลด้านสุขภาพ พร้อมทั้งคัดกรองพระภิกษุ สามเณร ที่ใช้สารเสพติดให้ได้รับการบำบัดรักษา เป็นต้น
ข้อมูล มหาเถรสมาคม http://www.mahathera.onab.go.th/index.php?url=mati&id=8428
ติดตามข่าววันนี้ได้ที่นี่ >>> //www.pptvhd36.com/special/ข่าววันนี้