เมื่อวันที่ 10 ก.ย.61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รถตู้ ที่ดัดแปลงเป็นรถพยาบาล ติดสติ๊กเกอร์ หมายเลขโทรศัพท์ 1669 ของสถานบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ หรือ สพฉ. ถูกตำรวจสถานีตำรวจภูธรดอกคำใต้ จ.พะเยา ร่วมกันสกัดจับ หลังเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ติดตามพฤติกรรมจากจ.เชียงราย แต่คนขับรถตู้เกิดไหวตัว และพยายามหลบหนี บริเวณพื้นที่อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา
การตรวจสอบภายในรถพบยาบ้า และไอซ์จำนวนมาก และสามารถจับตัวผู้ต้องหาได้ 3 คน โดยตำรวจระบุว่า มีข้อมูลว่า ขบวนการขนยาเสพติดจะลำเลียงยาเสพติดขึ้นบนรถตู้ ที่ดัดแปลงเป็นรถพยาบาล เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจ เข้าสู่พื้นที่ภาคกลาง จำนวน 2 คัน โดยระหว่างติดตามผู้ต้องหารู้ตัว ก่อนพยายามหลบหนี ทำให้เจ้าหน้าที่ตัดสินใจยิงยางรถยนต์คันแรก ทำให้รถไม่สามารถไปต่อได้ ก่อนถูกจับในที่สุด
ขณะที่รถอีก 1 คัน สามารถสกัดจับได้ที่บริเวณด่านตรวจแม่ต๋ำ อ.เมืองพะเยา และของกลางยาไอซ์อีกเช่นกัน นอกจากนี้ยังพบว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่ทำการไล่ล่าขบวนการขนยาเสพติด นำยาเสพติดบางส่วน ทิ้งตามข้างทาง จำนวนหนึ่ง ทำให้เจ้าหน้าที่ออกค้นหา เบื้องต้น ตำรวจอายัดรถ เพื่อตรวจสอบพร้อมส่งดำเนินคดี ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เพื่อขยายผล
จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า รถตู้ ที่ดัดแปลงเป็นรถพยาบาลทั้งสองคัน อยู่ภายใต้สังกัด เทศบาลเมืองบึงยี่โถ จ.ปทุมธานี ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปสอบถามข้อเท็จจริงกับ นายรังสรรค์ นันทกาวงศ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองบึงยี่โถ พบว่า รถทั้งสองคันที่ถูกตำรวจจับกุมได้นั้น เป็นรถที่วิ่งอยู่ในเขตเทศบาลจริง แต่ไม่ได้อยู่ในความดูแลของเทศบาลโดยตรง เพราะรถที่เข้ามาวิ่งนั้นเป็นของเอกชน ที่ผ่านการอบรม ก่อนได้รับการคัดสรรจาก สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) จะคัดสรรให้มาลงในแต่ละพื้นที่ โดยทางเทศบาลมีหน้าที่ ทำเรื่องเคส อุบัติเหตุ ว่ามีทั้งหมดกี่เคส โดยหากเป็นเคสเบา อย่างเช่นรถล้ม แผลถลอก ตรวจเช็คร่างกาย จะมีค่าใช้จ่าย 350 บาท แต่ถ้าเป็นเคสหนัก ถึงขั้นนอนโรงพยาบาลจะได้รับ 500 บาท และเมื่อทางเทศบาลทำเรื่องส่งให้ สสจ. แล้ว ก็จะได้รับโอนเงินมายังบัญชีของทางเทศบาล และทางเทศบาลจะสั่งจ่ายเงินดังกล่าวตามที่เบิกจริง เป็นเช็ค ให้ไป ซึ่งทางเทศบาลเป็นเพียงแต่คนรับเงินและจ่ายเงินเท่านั้น
สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นเรื่องที่ทำให้ทางเทศบาลเสื่อมเสียชื่อเสียงเบื้องต้นทางเทศบาลจะได้เดินทางไปลงบันทึกประจำวัน และจะส่งเรื่องเพื่อยุบหน่วยกู้ชีพเทศบาลบึงยี่โถ ออกไปจากเทศบาล ก่อนแจ้งไปยังหน่วยงานใกล้เคียงเช่น มูลนิธิร่วมกตัญญู และ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ให้เข้ามาบริการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ก่อน จากนั้นจะทำเรื่องถึง สสจ. ให้ดำเนินการจัดสรร และคัดบุคลากร ที่จะเข้ามาช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บในพื้นที่แทนชุดเดิม
ติดตามข่าววันนี้ได้ที่นี่ >> //www.pptvhd36.com/special/ข่าววันนี้