วันนี้ทีมนิวมีเดียพีพีทีวี จะพาไปรู้จัก “ไวรัส RSV” ซึ่งกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ให้ข้อมูลไว้ดังนี้
อ่านข่าว : ไข้ไวรัส “อาร์เอสวี” คร่าชีวิตเด็ก 5 เดือน ที่สุราษฎร์ฯ
RSV คือ ไวรัสชนิดมีเปลือกหุ้ม ชื่อเต็มว่า Respiratory Syncytial Virus มีสองสายพันธุ์ คือ RSV – A และ RSV – B เป็นไวรัสก่อการติดเชื้อทางเดินหายใจของเด็กทั่วโลก โดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี และมีการระบาดเกือบทุกปี
นอกจากนี้ หลังรับเชื้อ RSV แล้วสามารถแสดงอาการได้เร็วสุด 2 วัน และช้าที่สุด 8 วัน โดยส่วนใหญ่จะเฉลี่ยการแสดงอาการหลังรับเชื้ออยู่ที่ 4-6 วัน
สำหรับอาการของผู้ที่ติดเชื้อ “ไวรัส RSV” ช่วงแรกมีอาการคล้ายไข้หวัดธรรมดา เช่น ไข้ ไอ จาม คัดจมูก น้ำมูกไหล โดยผู้ใหญ่หรือเด็กโตที่แข็งแรงดีอาการไม่รุนแรงและหายใจได้เอง แต่สำหรับเด้กเล็ก (ต่ำกว่า 2 ปี) ที่ติดเชื้อครั้งแรกพบร้อยละ 20-30 ที่มีอาการโรคลุกลามไปทางเดินหายใจส่วนล่าง (หลอดลม เนื้อปอด) ทำให้เกิดหลอดลมใหญ่อักเสบ หลอดลมฝอยอักเสบและปอดอักเสบตามมา ได้ โดยมักแสดงอาการไข้สูง ไอแรง หอบเหนื่อย หายใจมีเสียงหวีดหวิว หรือ เสียงครืดคราดในลำคอ โดยเฉพาะเด็กที่อายุน้อยกว่า 1-2 ปี เด็กที่มีภูมิคุ้มกันไม่แข็งแรง เด็กที่คลอดก่อนกำหนด โรคหัวใจ โรคปอดเรื้อรัง บางรายอาจมีภาวะแทรกซ้อน เช่น หูอักเสบ จากเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อน ซึ่งจะมีอาการรุนแรงมากขึ้นได้
ทั้งนี้ การติดเชื้อไวรัส RSV เมื่อเป็นแล้วสามารถกลับมาเป็นซ้ำได้อีกหากร่างกายอ่อนแอ
โดยผู้ใหญ่สามารถติดเชื้อไวรัส RSV ได้แต่อาการมักไม่รุนแรง เนื่องจากมีภูมิคุ้มกันบ้างแล้ว
ผู้ป่วยสามารถแพร่เชื้อไวรัส RSV ได้นาน 3-8วัน หลังมีอาการป่วย แต่อาจนานถึง 3-4 สัปดาห์ ในเด็กเล็กหรือเด็กที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง
วิธีป้องกัน
ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกัน ไม่มียาป้องกัน ควรป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ ดังนี้
-ทุกคนในบ้านหมั่นล้างมือบ่อยๆ ทั้งมือของตนเองและลูกน้อย เพราะการล้างมือนอกจากจะลดเชื้อ RSV และเชื้ออื่นๆ ที่ติดมากับมือทุกชนิด ทั้งเชื้อไวรัสและแบคทีเรียได้ถึงร้อยละ 70
-การใช้แอลกอฮอลเจลถูมือช่วยป้องกันโรคได้บ้าง
-หลีกเลี่ยงพาเด็กที่สบายดีหรือป่วยไปในที่ชุมชนหรือสถานที่แออัด
-ทำความสะอาดบ้าน รวมทั้งของเล่นเด็กเป็นประจำ
-หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ ทารกที่สูดดมควันบุหรี่เข้าไปมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อไวรัส RSV และพบอาการที่รุนแรงได้มากกว่า
-ควรรับประทานอาหารที่ถูกสุขลักษณะและให้เด้กพักผ่อนให้เพียงพอ และไม่ให้อยู่ในห้องแอร์ตลอดเวลา
-เมื่อพบว่าเด้กติดเชื้อ RSV ควรแยกออกจากเด็กปกติ เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ