รู้จัก “ไวรัส RSV”

โดย PPTV Online

เผยแพร่

หลังจากเมื่อวันที่ 8 ก.ย.61 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัส อาร์เอสวี (RSV Virus) ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ว่า ช่วงนี้พบผู้ป่วยในเด็กแรกเกิดจนถึง 2 ขวบ เพิ่มขึ้น โดยที่โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานีตั้งแต่เดือนสิงหาคมมีเด็กเป็นโรคติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวี เข้ามารักษาตัวอย่างต่อเนื่อง และล่าสุด เกิดเหตุสลดสะเทือนใจกับครอบครัวหนึ่ง ซึ่งต้องเสียลูกน้อยเพศชาย วัย 5 เดือน เมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา จากอาการป่วยจากเชื้อไวรัส อาร์เอสวี

วันนี้ทีมนิวมีเดียพีพีทีวี จะพาไปรู้จัก “ไวรัส RSV” ซึ่งกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ให้ข้อมูลไว้ดังนี้

อ่านข่าว : ไข้ไวรัส “อาร์เอสวี” คร่าชีวิตเด็ก 5 เดือน ที่สุราษฎร์ฯ 

RSV คือ ไวรัสชนิดมีเปลือกหุ้ม ชื่อเต็มว่า Respiratory Syncytial Virus มีสองสายพันธุ์ คือ RSV – A และ RSV – B เป็นไวรัสก่อการติดเชื้อทางเดินหายใจของเด็กทั่วโลก โดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี และมีการระบาดเกือบทุกปี

นอกจากนี้ หลังรับเชื้อ RSV แล้วสามารถแสดงอาการได้เร็วสุด 2 วัน และช้าที่สุด 8 วัน โดยส่วนใหญ่จะเฉลี่ยการแสดงอาการหลังรับเชื้ออยู่ที่ 4-6 วัน

สำหรับอาการของผู้ที่ติดเชื้อ “ไวรัส RSV” ช่วงแรกมีอาการคล้ายไข้หวัดธรรมดา เช่น ไข้ ไอ จาม คัดจมูก น้ำมูกไหล โดยผู้ใหญ่หรือเด็กโตที่แข็งแรงดีอาการไม่รุนแรงและหายใจได้เอง แต่สำหรับเด้กเล็ก (ต่ำกว่า 2 ปี) ที่ติดเชื้อครั้งแรกพบร้อยละ 20-30 ที่มีอาการโรคลุกลามไปทางเดินหายใจส่วนล่าง (หลอดลม เนื้อปอด) ทำให้เกิดหลอดลมใหญ่อักเสบ หลอดลมฝอยอักเสบและปอดอักเสบตามมา ได้ โดยมักแสดงอาการไข้สูง ไอแรง หอบเหนื่อย หายใจมีเสียงหวีดหวิว หรือ เสียงครืดคราดในลำคอ โดยเฉพาะเด็กที่อายุน้อยกว่า 1-2 ปี เด็กที่มีภูมิคุ้มกันไม่แข็งแรง เด็กที่คลอดก่อนกำหนด โรคหัวใจ โรคปอดเรื้อรัง บางรายอาจมีภาวะแทรกซ้อน เช่น หูอักเสบ จากเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อน ซึ่งจะมีอาการรุนแรงมากขึ้นได้

ทั้งนี้ การติดเชื้อไวรัส RSV เมื่อเป็นแล้วสามารถกลับมาเป็นซ้ำได้อีกหากร่างกายอ่อนแอ

โดยผู้ใหญ่สามารถติดเชื้อไวรัส RSV ได้แต่อาการมักไม่รุนแรง เนื่องจากมีภูมิคุ้มกันบ้างแล้ว

ผู้ป่วยสามารถแพร่เชื้อไวรัส RSV ได้นาน 3-8วัน หลังมีอาการป่วย แต่อาจนานถึง 3-4 สัปดาห์ ในเด็กเล็กหรือเด็กที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง

วิธีป้องกัน

ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกัน ไม่มียาป้องกัน ควรป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ ดังนี้

-ทุกคนในบ้านหมั่นล้างมือบ่อยๆ  ทั้งมือของตนเองและลูกน้อย เพราะการล้างมือนอกจากจะลดเชื้อ RSV และเชื้ออื่นๆ ที่ติดมากับมือทุกชนิด ทั้งเชื้อไวรัสและแบคทีเรียได้ถึงร้อยละ 70

-การใช้แอลกอฮอลเจลถูมือช่วยป้องกันโรคได้บ้าง

-หลีกเลี่ยงพาเด็กที่สบายดีหรือป่วยไปในที่ชุมชนหรือสถานที่แออัด

-ทำความสะอาดบ้าน รวมทั้งของเล่นเด็กเป็นประจำ

-หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ ทารกที่สูดดมควันบุหรี่เข้าไปมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อไวรัส RSV และพบอาการที่รุนแรงได้มากกว่า

-ควรรับประทานอาหารที่ถูกสุขลักษณะและให้เด้กพักผ่อนให้เพียงพอ และไม่ให้อยู่ในห้องแอร์ตลอดเวลา

-เมื่อพบว่าเด้กติดเชื้อ RSV ควรแยกออกจากเด็กปกติ เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เปิดโต๊ะข่าว

เปิดโต๊ะข่าว

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ