ชุบชีวิตแม่น้ำอีทงจากบ่อมลพิษกลายเป็น 10 สวนสาธารณะเขียวขจีโอบล้อมเมือง

โดย Kochaphan Suksujit

เผยแพร่

หากย้อนกลับไปช่วงหลายสิบปีก่อน เมืองอุตสาหกรรมหนักอย่างฉางชุน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ ผลิตอะไหล่รถยนต์ ทำให้อีกด้านหนึ่งถูกละเลยไปโดยเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งทำแม่น้ำอีทง แม่น้ำสายหลักที่หล่อเลี้ยงคนเมืองฉางชุน เต็มไปด้วยมลพิษ และเป็นพื้นที่ที่ไม่มีใครอยากมา

ทุกวันนี้ แม่น้ำอีทงเปรียบดั่ง “ไต” ของเมือง อาจจะฟังดูแปลกๆ แต่เป็นแบบนั้นจริงๆ จนถูกให้ชื่อว่าเป็นเมืองฟองน้ำ เพราะช่วงเวลา 10 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลจีนยึดตามแนวคิดประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ที่ว่า “เขาเขียวน้ำใสมีค่ามากกว่าเงินทอง” ปฏิบัติการชุบชีวิตแม่น้ำอีทงให้กลับมาอีกครั้งจึงเริ่มต้นขึ้น ตั้งแต่การย้ายประชาชนริมน้ำออกทั้งหมด ด้วยการชดเชยสร้างที่พักอาศัยใหม่ให้ หรือ หรือชดเชยเป็นตัวเงินหากใครต้องการย้ายออกจากเมือง จากนั้นทำการขุดขยายแม่น้ำจากความกว้างเดิมเพียง 15 เมตร วันนี้แม่น้ำอีทงมีขนาดความกว้าง 70-80 เมตรพร้อมกับเนรมิตรสวนสาธารณะล้อมรอบไว้ถึง 10 สวนใหญ่ๆ

โดยแต่ละสวนจะมีธีมแตกต่างกันไป ตามจุดเด่นของเมืองฉางชุน ซึ่งที่นิวมีเดีย พีพีทีวี ได้ไปเยือนคือ สวน “Nanxi Wetland Park” คลอบคลุมพื้นที่ 3.1 ล้านตารางเมตร มีศาลาที่ถูกออกแบบให้เป็นแบบดั้งเดิมยุคเก่าสำหรับพักผ่อนหย่อนใจ 4 แห่ง คือ Hanxiang, Hanwu, Shuiyue และ Jinchuan โดยผลพวงจากการปฏิวัติแม่น้ำสายนี้ นอกจากคุณภาพชีวิตของประชาชนแล้ว จากเมืองที่ไม่มีใครอยากมาเยือนกลับกลายเป็นว่า "ราคาที่ดินพุ่งขึ้นถึง 3 เท่า ในช่วง 3 ปี จาก 5,000 หยวนต่อตารางเมตร (25,000 บาท) เป็น 15,000 หยวนต่อตารางเมตร (75,000 บาท)" ที่สำคัญคือปัญหาอุทกภัยที่เคยเกิดขึ้นทุกๆ 30-50 ปี ปัจจุบันสามารถป้องกันน้ำท่วมเมืองได้ถึงช่วง 200 ปี

การชุบชีวิตแม่อีทงเกิดขึ้นได้เพราะ “โรงกรองน้ำ”

เมื่อดื่มด่ำกับธรรมชาติของสวนสาธารณะเต็มปอดแล้ว เราพาไปเจาะลึกถึงที่มา ที่ทำให้แม่น้ำสายหลักนี้กลับมาชีวิตอีกครั้งซึ่งคือ “โรงกรองน้ำเมืองฉางชุน” (Changchun Water Culture Ecological Park) อายุ 86 ปี บนเนื้อที่กว่า 302,000 ตารางเมตร โดยระบบการทำงานของโรงกรองน้ำที่ยังคงใช้อยู่จนถึงปัจจุบัน “จะคล้ายๆ การบำบัดน้ำเสีย คือ การสูบน้ำจากแม่น้ำอีทงผ่านกระบวนการกรองจากนั้นส่งกลับไปให้ประชาชนได้ใช้”

แต่ที่น่าสนใจมากกว่าโรงกรองน้ำประวัติศาสตร์นี้ คือ ความเก่าแก่ที่มีเสน่ห์กำลังถูกผสมผสานความโมเดิร์นทันสมัยเข้าไปอย่างลงตัว เพราะนอกจากทำหน้าที่กรองน้ำให้กับเมืองแล้ว ที่แห่งนี้กำลังจะกลายเป็นสถานที่พักผ่อน สถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของเมืองที่มีเสน่ห์มากๆ

ซึ่งทันทีที่เข้าไป เราได้เห็นการรีโนเวทอาคารทำงาน อุปกรณ์โรงกรองน้ำดั้งเดิม และการสร้างเพิ่มเติมใหม่ๆ โดยทั้งหมดเป็นสไตล์โมเดิร์น-ลอฟท์ และ สไตล์วินเทจ-ลอฟท์ อย่างการเพิ่มร้านกาแฟ ร้านหนังสือ รวมถึงการจัดแลนด์สเคปของสวนให้ดูทันสมัย ด้วยประติมากรรมแปลกตา สอดแทรกอยู่ท่ามกลางธรรมชาติเขียวขจีล้อมรอบ เรียกว่าต่อให้เดินเที่ยวทั้งวันก็ไม่มีเบื่อ น่าเสียดายในวันที่นิวมีเดีย พีพีทีวี ไปเยี่ยมชมนั้น สวนแห่งนี้ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ แต่เปิดให้บริการเต็มรูปแบบในวันที่ 1 ตุลาคม 2561 นี้

 

เมื่อเมืองมีสวนล้อมรอบ มีน้ำคุณภาพดีใช้ แล้วชีวิตความเป็นอยู่จะเป็นอย่างไร

อย่างที่บอกไปเมื่อตอนต้นว่า เมืองนี้ถูกจัดระเบียบที่อยู่อาศัยพร้อมๆกับการปฏิวัติแม่น้ำอีทง โดยเป็นหนึ่งในแผนของการจัดระเบียบเมืองเก่าสู่เมืองใหม่ ทีมนิวมีเดีย พีพีทีวี ได้มีโอกาสได้เยี่ยมชม ชีวิตความเป็นอยู่ในหลายๆ ชุมชน ซึ่งมีจุดเด่นแตกต่างกัน เช่น การปรับพื้นที่ที่เคยจอดรถระเกะระกะ เป็น ถนนนคนเดิน การปรับพื้นที่ส่วนกลางเป็นสวนหย่อมตามหลักฮวงจุ้ย

หนึ่งในนั้นคือ “ชุมชนจิงไค” ชุมชนที่ครั้งหนึ่งผู้อยู่อาศัยเกือบ 5,000 ครัวเรือน ต่างคนต่างอยู่ พื้นที่จอดรถไม่เพียงพอ ไม่มีการจัดการขยะ สายไฟฟ้าระโยงระยาง แต่ปัจจุบันคือ อพาร์ทเม้นท์ ที่มีการวางระบบท่อฮีตเตอร์อย่างทั่วถึง นำสายไฟฟ้าลงดินและใช้โซลาร์เซลล์ จัดการพื้นที่แยกขยะ จัดสรรปันส่วนพื้นที่จอดรถอย่างเพียงพอตามกรรมสิทธิ์  ที่สำคัญ ชาวชุมชนดั่งเดิมมีสิทธิ์ในการเข้าอยู่อย่างทั่วถึงโดยรัฐเป็นผู้จัดสรรและห้ามเปลี่ยนมือ

จุดเด่นอีกอย่างของการจัดการชุมชน จิงไค คือ ในพื้นที่ส่วนกลางจะมีเครื่องออกกำลังกาย สนามเด็กเล่น รวมถึงการกำหนดพื้นที่ส่วนกลางไว้สำหรับเป็นที่เตือนภัย ประชาสัมพันธ์ข่าวสาร เช่น หนึ่งในพื้นที่ส่วนกลางถูกปรับให้เป็นที่สำหรับแจ้งเตือนเหตุไฟไหม้ โดยเมื่อประสบเหตุผู้อาศัยสามารถไปยังพื้นที่ดังกล่าวและโทรเรียกรถดับเพลิง แจ้งความเสียหาย แจ้งพิกัดที่อยู่ได้ทันที

หรืออีกพื้นที่หนึ่งถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่ประชาสัมพันธ์สำหรับกันขโมย เช่น หากบ้านใดถูกลักขโมยจะสามารถมาแจ้งของที่สูญหายไปจนถึงประกาศเตือนได้ทันทีเมื่อมีมิจฉาชีพแฝงเข้ามาในชุมชน เป็นต้น

เป็นอีกตัวอย่างของการจัดการเมืองที่รักษาความสมดุลของการอนุรักษ์สิ่งเก่าที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ มีเรื่องราวความเป็นมา และเป็นสิ่งที่ชาวเมืองผูกพันธ์ให้มีคุณค่ามากขึ้นด้วยการนำสิ่งใหม่เข้ามาผสมผสาน ตั้งแต่ส่วนที่เป็นสถานที่ไปจนถึงชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเมืองดั้งเดิม มาถึงตรงนี้หากมองภาพรวม "คงไม่ใช่แค่การชุบชีวิตแม่น้ำอีทง 1 สายหรือเมืองเก่า 1 เมือง แต่เป็นการชุบลมหายใจและคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างแท้จริง"

(คลิกอ่านเพิ่ม : “ฉางชุน”จุดกำเนิดโลกภาพยนตร์และการวางผังเมืองที่น่าทึ่ง)

ติดตามข่าววันนี้ได้ที่นี่ >>> //www.pptvhd36.com/special/ข่าววันนี้

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ