พายุ “บารีจัต-มังคุด” ส่งผลกระทบทำให้ไทยมีฝนเพิ่มขึ้น

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤติ สำนักทรัพยากรน้ำแห่งชาติ สรุปภาพรวมสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ พร้อมเฝ้าระวังผลกระทบจากพายุโซนร้อน “บารีจัต” และพายุไต้ฝุ่น “มังคุด”

เมื่อวันที่ (12 ก.ย. 61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พายุโซนร้อน “บารีจัต” (BARIJAT) บริเวณทะเลจีนใต้ตอน คาดว่าจะเคลื่อนผ่านเกาะฮ่องกง และเกาะไหหลำ ประเทศจีน ในวันพรุ่งนี้ถึง 14 กันยายน  ส่วนพายุไต้ฝุ่น “มังคุด” (MANGKHUT) บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกมีแนวโน้มการเคลื่อนตัวผ่านเกาะลูซอน ประเทศฟิลิปปินส์ และเกาะไต้หวัน ในวันที่ 14-15 กันยายน หลังจากนั้นจะเคลื่อนตัวลงสู่ทะเลจีนใต้ตอนบน และขึ้นฝั่งประเทศจีนตอนใต้ วันที่ 16-18 กันยายน ซึ่งจะส่งผลให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้บริเวณทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังแรงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ โดยเฉพาะด้านตะวันตกของภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า  ภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับภาคอื่นๆ มีปริมาณฝนลดลง ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสม ซึ่งจะทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่  สำหรับสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากมีระดับน้ำเกินเกณฑ์ควบคุม หรือ Upper Rule Curve และปริมาณน้ำเกินร้อยละ 80 ของความจุ มี 6 แห่ง ได้แก่

เขื่อนน้ำอูน จังหวัดสกลนคร มีปริมาณน้ำ 546 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 105% ของความจุ ทำให้บริเวณบ้านนาหว้า อำเภอนาหว้า และบ้านพอกใหญ่ อำเภอพรรณานิคม ได้รับผลกระทบจากน้ำที่สูงกว่าตลิ่ง จึงแจ้งเตือนพื้นที่ลุ่มน้ำสงครามตอนล่าง ตั้งแต่อำเภอพรรณานิคมถึงอำเภอท่าอุเทน จ.นครพนม เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ

เขื่อนแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ปริมาณน้ำ 716 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 101% น้ำล้นทางระบายน้ำ หรือ สปิลเวย์ สูง 0.13 เมตร เจ้าหน้ราที่เร่งพร่องน้ำตามการคาดการณ์ฝนที่ยังคงมีอยู่ต่อเนื่อง

เขื่อนวชิราลงกรณ จังหวัดกาญจนบุรี ปริมาณน้ำ 8,393 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 95% ของความจุ ส่วนการระบายน้ำจะไม่ให้เกินความจุของลำน้ำแควน้อย

เขื่อนศรีนครินทร์ จังหวัดกาญจนบุรี ปริมาณน้ำ 16,287 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 92% ของความจุ โดยเมื่อวานนี้ กฟผ.เขื่อนศรีนครินทร์ ได้ส่งหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ขอเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนท่าทุ่งนา จากวันละ 28 ล้านลูกบาศก์เมตรเป็นวันละ 32 ล้านลูกบาศก์เมตร ตั้งแต่วันที่ 14 - 30 กันยายน 2561 ทั้งนี้ ในช่วงดังกล่าว จะมีการประเมินสถานการณ์น้ำ และหากมีการปรับแผนระบายน้ำ เขื่อนศรีนครินทร์จะประชาสัมพันธ์ให้ทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน

ส่วนเขื่อนอีก 2 แห่งที่ปริมาณน้ำเกินร้อยละ 80 คือ เขื่อนขุนด่านปราการชล จังหวัดนครนายก ปริมาณน้ำ 85% ของความจุ และเขื่อนนฤบดินทรจินดา จังหวัดปราจีนบุรี มีปริมาณน้ำ 89% ของความจุ  สำหรับเขื่อนขนาดใหญ่ 4 แห่งทางภาคตะวันตก ได้แก่ เขื่อนศรีนครินทร์ วชิราลงกรณ แก่งกระจาน และปราณบุรี ยังคงต้องเร่งพร่องน้ำ ตามการคาดการณ์สถานการณ์ฝนที่มีอยู่ และรองรับฝนตามฤดูกาลช่วงปลายเดือนกันยายนถึงตุลาคม โดยจะให้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำให้น้อยที่สุด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

สารพัดมิตร

สารพัดมิตร

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ