เมื่อวันที่ (14 ก.ย. 61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รายชื่อบุคคลที่เข้ามาให้ปากคำกับคณะทำงาน พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว มีข้าราชการระดับสูงในกระบวนการยุติธรรม 3 คน ตำรวจ 3 นาย เป็นระดับผู้บังคับการและผู้กำกับการ และคนครอบครัว พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย โดย พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ ระบุว่า เส้นทางเงินของกลุ่มนี้มากกว่า 100 ล้านบาท เชื่อมกับเจ๊นุช หรือนางสาวธิญาดา วิภาวรกานต์ ตัวการใหญ่สร้างกลุ่มแชร์ลูกโซ่ แต่ต้องใช้เวลาพิสูจน์ว่า มีเงินที่ยักยอกฉ้อโกงมาจากสหกรณ์ข้าราชการตำรวจ จ.เลย หรือไม่ จำนวนเท่าไหร่
ส่วนการเข้าให้ข้อมูลของข้าราชการระดับสูงในกระบวนการยุติธรรม ทั้ง 7 คน ที่เดินทางมาพบพนักงานสอบสวน เมื่อวานนี้ เบื้องต้นตำรวจพบพยานหลักฐาน และแจ้งข้อกล่าวหา แต่ทั้งหมดให้การปฏิเสธ ซึ่งตำรวจได้ปล่อยตัวกลับ เนื่องจากเป็นผู้ติดต่อขอให้ข้อมูลกับตำรวจก่อน
ทั้งนี้ข้าราชการระดับสูงในกระบวนการยุติธรรม 3 คน ข้อมูลพบว่า เป็นระดับแม่ทีม ในเครือข่ายเจ๊นุช ที่สัปดาห์หน้าพล.ต.ต.สุรเชษฐ์ เตรียมลงพื้นที่อีกครั้งหลังขยายผลได้ผู้กระทำผิดระดับแม่ทีมเพิ่มอีก ตอนนี้อยู่ระหว่างขอศาลอนุมัติหมายจับ
จากการเข้าให้ข้อมูลกับตำรวจของกลุ่มข้าราชการ ตำรวจพบพฤติการณ์ที่เชื่อมโยงที่ชัดเจน โดยสรุปเป็นข้อมูลเบื้องต้น โดยเริ่มที่ เจ๊นุช อดีตเจ้าหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรม จังหวัดขอนแก่น มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในการเล่นหุ้น จนสามารถสร้างฐานะ จากนั้นกลุ่มข้าราชการในกระบวนการยุติธรรม กลุ่มนักธุรกิจในจังหวัดขอนแก่นสนใจ จึงให้เจ๊นุชลงทุนเล่นหุ้นให้ในช่วงแรก ผู้ที่ลงทุนจะได้กำไร 3 ถึง 4 % ต่อ 1 อาทิตย์ เช่น หากลงทุน 1 ล้านบาท จะได้กำไร 3 ถึง 4 หมื่นบาท จากนั้นมีการชักชวนต่อกันมาในกลุ่ม จนพล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย ได้มารู้จักกับเจ๊นุช ซึ่งพล.ต.ต.สุทิพย์ ร่วมลงทุน และได้ผลกำไรตอบแทนเช่นกัน
โดยระหว่างที่ลงทุน มีข้อมูลว่า พล.ต.ต.สุทิพย์ เห็นว่าเป็นการลงทุนที่มีรายได้ดี จึงชวนผู้ใต้บังคับบัญชาให้ร่วมลงทุน ซึ่งผู้ใต้บังคับบัญชาบางคน กู้เงินสหกรณ์ออมทรัพย์ข้าราชการตำรวจภูธรจังหวัดเลยมาร่วมลงทุน โดยมี พล.ต.ต.สุทิพย์ เป็นผู้อนุมัติวงเงินในฐานะผู้บังคับบัญชา จึงทำให้มีชื่อเข้าไปเกี่ยวข้องว่ายักยอกฉ้อโกงเงินสหกรณ์ ซึ่งขณะที่รับเงินผู้ใต้บังคับบัญชามาร่วมลงทุนหุ้น กับกลุ่มของเจ๊นุช ทาง สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือกลต. พบความผิดปกติของกลุ่มลงทุนกลุ่มนี้ จึงตรวจสอบและระงับ ทำให้เงินที่ลงทุนไป ถูกอายัดไว้ ซึ่งส่วนมากเป็นเงินที่ข้าราชการตำรวจในพื้นที่จังหวัดเลยลงทุน ทำให้ พล.ต.ต.สุทิพย์ ไม่สามารถนำเงินมาคืนให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาได้
การอายัดทรัพย์สินเครือข่ายนี้ทำไปแล้ว 140 ล้านบาท และนอกจากผู้เสียหายที่เป็นตำรวจจังหวัดเลย 192 นาย มูลค่าความเสียหาย 240 ล้าน พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ เชื่อว่าจะมีผู้เสียหายเพิ่มอีกเป็นข้าราชการในกระบวนการยุติธรรมและประชาชนที่เป็นลูกทีม ล่าสุดพบที่ นครราชสีมา กาฬสินธุ์ อุดรธานี บึงกาฬ ขอนแก่น เลย