การประชุมสุดยอดผู้นำอาหรับที่อียิปต์ ปิดฉากลงเมื่อวานนี้ (29 มี.ค.) โดยผู้นำ 22 ประเทศสมาชิกสันติบาตอาหรับ มีมติเห็นชอบให้จัดตั้งกองกำลังทหารร่วม เพื่อรับมือกับภัยก่อการร้าย หลังกลุ่มนักรบรัฐอิสลาม หรือ ไอเอส ยังคงรุกคืบยึดพื้นที่ในอิรัก ซีเรีย และลิเบีย และรับมือกับภัยคุกคามความมั่นคงในภูมิภาค เช่นที่กำลังเกิดขึ้นในเยเมน และลิเบีย พร้อมกันนี้ ที่ประชุมยังประกาศเดินหน้าโจมตีกลุ่มกบฏในเยเมนจนกว่าจะยอมแพ้
ทั้งนี้ คาดว่ากองกำลังดังกล่าวจะมีกำลังพล 40,000 นาย โดยมีเครื่องบินขับไล่ เรือรบ และรถยานเกราะสนับสนุน อย่างไรก็ตาม ยังจะต้องมีการหารือเกี่ยวกับกลไกของกองกำลังและระบบโลจิสติกส์ ซึ่งอาจใช้เวลาหลายเดือน
ขณะที่สถานการณ์ในเยเมน มีรายงานการปะทะกันระหว่างกลุ่มผู้สนับสนุนและกลุ่มที่ต่อต้านกลุ่มกบฏฮูตี ในกรุงเอเดน ทางตอนใต้ของประเทศ มีรายงานผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก
ล่าสุด กระทรวงการต่างประเทศของไทย แจ้งว่า มีนักเรียนไทย 2 คน ในกรุงซานา แจ้งความประสงค์ที่จะเดินทางออกจากพื้นที่เสี่ยง ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมัสกัต ของโอมาน ได้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ช่วยเหลือนักศึกษาทั้ง 2 คนแล้ว คาดว่าจะเดินทางออกจากเยเมนในวันนี้
ส่วนคนไทยที่เหลืออีกประมาณ 250 คน สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต ได้ติดต่อสื่อสารและแนะนำให้ย้ายออกจากจุดเสี่ยงเพื่อรอรับการช่วยเหลือตามความเหมาะสม
นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศ ได้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการเพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและประสานงานกับญาติที่อยู่ในประเทศไทย เพื่อให้ช่วยติดต่อชาวไทยในเยเมนอีกทางหนึ่ง โดยศูนย์ปฏิบัติการนี้ จะให้บริการตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคม เป็นต้นไป ติดต่อได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-2575-1047
ขณะเดียววัน หลายประเทศเริ่มอพยพพลเมืองของตนออกจากประเทศเยเมนแล้ว โดยปากีสถานส่งเครื่องบินจัมโบเจ็ท อพยพพลเรือนกว่า 500 คน ออกจากเยเมนกลับถึงนครการาจี แล้ว ขณะที่กระทรวงต่างประเทศมาเลเซียเตรียมอพยพพลเมืองออกจากพื้นที่โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้