ผลการประชุมสุดยอดผู้นำครั้งที่ 3 ระหว่าง ประธานาธิบดีมุน แจ-อิน ของเกาหลีใต้ และนายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ออกมาในทิศทางบวก ท่ามกลางบรรยากาศสุดชื่นมื่น โดยทั้งสองผู้นำได้ร่วมกันลงนามในข้อตกลงความร่วมมือหลายๆด้าน อาทิ โครงการเชื่อมทางรถไฟระหว่างประเทศ การจัดงานรวมญาติ ความร่วมมือในด้านสาธารณสุข การฟื้นโครงการต่างๆที่ตั้งอยู่ในเขตนิคมอุตสาหกรรมแกซอง การเสนอตัวร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดมหกรรมกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน ในปี 2032 และรวมถึงประเด็นสำคัญอย่างการกำหนดแนวทางไปสู่การปลดอาวุธนิวเคลียร์จากคาบสมุทรเกาหลี
คิม จอง-อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ระบุว่า ผลการประชุมสุดยอดครั้งนี้ คือ พัฒนาการที่ก้าวกระโดดไปสู่ความปรองดองและสันติภาพทางทหารที่ยั่งยืนบนคาบสมุทรเกาหลี ด้านประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ประกาศหลังเสร็จสิ้นพิธีลงนามว่า ยุคใหม่ที่ปราศจากสงครามได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว โดยเกาหลีเหนือเห็นพ้องที่จะปิดฐานทดสอบและโรงงานผลิตขีปนาวุธ “ตงจางรี” เป็นการถาวร หากสหรัฐฯยอมดำเนินการตามที่ร้องขอ โดยรัฐบาลเปียงยางจะเชิญผู้เชี่ยวชาญจากนานาประเทศมาร่วมเป็นสักขีพยานด้วย ขณะเดียวกัน นายคิมยังรับปากจะเดินทางเยือนกรุงโซล ของเกาหลีใต้ ในอนาคตอันใกล้นี้ ซึ่งจะถือเป็นการเยือนกรุงโซลครั้งแรกของผู้นำเกาหลีเหนือ
นอกจากการลงนามของสองผู้นำแล้ว รัฐมนตรีกลาโหมของเกาหลีใต้ และผู้บัญชาการกองทัพเกาหลีเหนือ ยังได้ร่วมลงนามในข้อตกลง ความยาว 17 หน้า โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับการระงับกิจกรรมทางทหารที่เป็นปฏิปักษ์ต่อกัน
ทั้งนี้ นายมุนจะพำนักในเกาหลีเหนือต่ออีก 1 วัน ก่อนจะเดินทางกลับกรุงโซลในวันพรุ่งนี้ โดยนายมุนยังมีกำหนดจะเดินทางไปเข้าพบประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ในวันจันทร์หน้า เพื่อชี้แจงรายละเอียดของการประชุมด้วย ส่วนทรัมป์เอง หลังจากได้รับทราบผลการประชุมเบื้องต้น ก็ออกมาทวีตข้อความ แสดงความตื่นเต้นกับความสำเร็จในครั้งนี้