วันที่ 30 มี.ค. 58 พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม กล่าวว่า จากกรณีองค์การบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือ ICAO ได้ตรวจสอบกรมการบินพลเรือน ภายใต้โครงการตรวจสอบการกำกับดูแลความปลอดภัยสากล พบข้อบกพร่องที่มีนัยสำคัญต่อความปลอดภัย ในสายการบินของประเทศไทย เป็นที่มาทำให้ประเทศญี่ปุ่นประกาศห้ามเที่ยวบินแบบเช่าเหมาลำจากไทยเข้าประเทศ รวมถึงประเทศเกาหลีใต้ และประเทศจีนเป็นรายล่าสุด ที่แจ้ง ห้ามเที่ยวบินแบบเช่าเหมาลำจากไทยเข้าประเทศ
พล.อ.อ.ประจินกล่าวต่อว่า หากปล่อยไว้เรื่องดังกล่าวอาจจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวได้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จึงยกระดับการแก้ไขปัญหานี้ให้เป็นวาระระดับชาติ พร้อมแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้น 2 ชุด ประกอบด้วย คณะกรรมการอำนวยการแก้ไขปัญหาโดยมี รมว.คมนาคม เป็นประธานในการกำกับดูแลเพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ซึ่งต้องรายงานผลต่อ ICAO ทุก 2 สัปดาห์ พร้อมส่งข้อมูลเพื่อชี้แจงทำความเข้าใจไปยังสถานทูตทั่วโลก ที่สายการบินสัญชาติไทยทำการบินไปยังประเทศนั้น ๆ อีกชุดคือคณะกรรมการดำเนินงานแก้ไขปัญหาผลกระทบจากการตรวจสอบของกรมการบินพลเรือนของ ICAO โดยมี รองปลัดกระทรวงคมนาคม ทำหน้าที่วางแผนดำเนินการและประสาน งานในทุกด้าน
"คาดว่ากระบวนการดังกล่าวจะเสนอต่อนายกฯ ประกาศใช้ตามกฎหมายตาม มาตรา 44 ได้ ภายในระยะเวลา 45 – 60 วัน" รมว.คมนาคม ระบุ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สายการบินที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ทำการบินแบบเช่าเหมาลำจากประเทศไทยไปยัง ญี่ปุ่น ประกอบด้วย 3 สายการบิน คือ สายการบินไทย แอร์เอเชีย เอ็กซ์ สายการบินนกสกู๊ต และสายการิบนเอเชีย แอตแลนติก ส่วน เกาหลี มี 2 สายการบิน คือสายการบินนกสกู๊ต และสายการิบนเอเชีย แอตแลนติก และ จีน ซึ่งเป็นประเทศล่าสุดที่ห้ามเครื่องบินเช่าเหมาลำจากไทยลงจอด มี 3 สายการบินคือ ไทยแอร์เอเชีย สายการบินโอเรียล และสายการบินสกายวิลล์
นอกจากนี้ยังพบด้วยว่า สายการบินของประเทศไทยได้คะแนนความปลอดภัยสากลจาก ICAO ต่ำในอาเซียน โดยได้คะแนนเพียง 36 คะแนน เป็นรองประเทศกัมพูชาที่ได้ถึง 40 คะแนน อินโดนีเซียได้ 45 คะแนน เวียดนาม 56 คะแนน ส่วนสิงคโปร์ได้มากที่สุด 99 คะแนน ส่วน สปป.ลาว และเมียนมาร์ได้คะแนนผ่านมาตรฐาน.