เมื่อวันที่ (25 ก.ย. 61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยถึงการเปิดรับสมัครตัวแทนคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม(ภาษีแวต) ให้แก่ผู้เดินทางออกไปนอกราชอาณาจักรในเมือง ว่า ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถมายื่นคำร้องขอประกอบธุรกิจคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับนักท่องเที่ยว (TAX REFUND) ว่า ขณะนี้กรมสรรพากรได้ปิดรับสมัครแล้ว ปรากฎว่า มีนิติบุคคลที่สนใจยื่นใบสมัครทั้งสิ้น 3 ราย ซึ่งมีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ เข้าร่วมโครงการนี้ด้วยโดยอยู่ระหว่างการตรวจคุณสมบัติ เช่น ต้องเป็นนิติบุคคล มีทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่า 25 ล้านบาท และเตรียมแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบ เพื่อเตรียมเปิดโครงการนำร่องการให้บริการนี้เป็นเวลา 6 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2561 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2562
โดยเบื้องต้นกำหนดให้นิติบุคคล 1 ราย สามารถเปิดจุดให้บริการคืนภาษีแวต เป็นเงินสดแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติได้ 3 จุด เน้นจุดบริการในกรุงเทพและปริมณฑลซึ่งเป็นจุดที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ๆ ก่อน โดยจะวัดผลการดำเนินงานในช่วง 6 เดือน เพื่อตัดสินใจว่าควรจะดำเนินการโครงการในลักษณะใดต่อไป เพราะเป้าหมายของการทำโครงการนี้ จากผลศึกษาพบว่าการคืนภาษีที่สนามบิน นักท่องเที่ยวจะเอาเงินกลับบ้านไปเลย แต่หากมีการคืนตามห้างหรือจุดที่ให้บริการในสถานที่ท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวจะนำเงินนั้นกลับมาใช้จ่ายในประเทศเราต่อ ซึ่งเป็นหลักการเดียวกับที่ประเทศญี่ปุ่นทำ ที่มีการจ่ายภาษีคืนให้นักท่องเที่ยวที่ร้านค้า ซึ่งกรณีของญี่ปุ่นต้องมีการใช้จ่ายไม่น้อยกว่า 5,000 บาทต่อ 1 ใบเสร็จ แต่กรณีของไทย กำหนดให้สามารถคืนภาษีได้ต้องมียอดซื้อ 2,000 บาทขึ้นไป ต่อ 1 ใบเสร็จ
ทั้งนี้ ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน มีนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ขอคืนแวตแล้วมีจำนวนกว่า 2 ล้านราย คิดเป็นเงินภาษีที่ขอคืนกว่า 2,000 – 3,000 ล้านบาท ซึ่งมาตรการนี้มุ่งหวังให้นักท่องเที่ยวที่ได้เงินภาษีคืน นำเงินมาใช้จ่ายต่อในประเทศไทยให้มากที่สุด เป้าหมายระยะยาว คือการส่งเสริมให้ประเทศไทย เป็นช้อปปิ้งพาราไดซ์ของนักท่องเที่ยว