นายเชิดชัย สนั่นศรีสาคร รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กล่าวว่า การนำรถโดยสารปรับอากาศสาธารณะไปให้บริการแก่ประชาชนในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ หรือ วันพรุ่งนี้ เป็นเพียงการเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือผู้โดยสารที่ตกค้างจากการเดินทางเท่านั้น โดยเบื้องต้นจะมีการประเมินสถานการณ์การให้บริการของรถตู้โดยสารสาธารณะก่อนว่าจะสามารถรองรับและบริหารจัดการกับผู้โดยสารทั้งหมดได้ดีหรือไม่ หากสามารถรับมือได้ กรมฯจะไม่เข้าไปก้าวก่ายสิทธิในการให้บริการแก่ผู้โดยสาร แต่หากประเมินแล้วพบว่ามีผู้โดยสารตกค้าง หรือไม่ได้รับความสะดวกจำนวนมาก กรมฯจำเป็นที่จะต้องเข้าไปช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้กับประชาชนทุกคน
แต่ยืนยันว่าจะไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบหรือได้รับผลกระทบน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ พร้อมทั้งยืนยันว่าการนำรถโดยสารปรับอากาศสาธารณะมาเตรียมบริการประชาชน เป็นการเตรียมเพื่ออำนวยความสะดวกและไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบเท่านั้น ไม่ได้ทำเพื่อเจตนาอื่นแต่อย่างใด
นายเชิดชัย กล่าวว่า ส่วนเรื่องการเยียวยาผู้ประกอบการที่ต้องหยุดให้บริการรถตู้ เนื่องจากครบกำหนด 10 ปีแล้วนั้น กรมฯให้เวลาผู้ประกอบการที่ต้องการนำรถตู้คันใหม่เข้ามาให้บริการแก่ผู้โดยสารต่อไปภายในเวลา 180 วัน ซึ่งถือว่าเป็นระยะเวลาที่เพียงพอในการให้ผู้ประกอบการดำเนินเรื่องทุกอย่างให้แล้วเสร็จ ทั้งยังมีการประสานงานกับตัวแทนวินในเรื่องของปัญหาต่างๆ ที่ต้องการให้ภาครัฐช่วยเหลือ โดยเฉพาะแหล่งเงินทุนในการซื้อรถตู้คันใหม่ หรือต้องการขายรถเก่า เพื่อเอาเงินมาเป็นทุนในการซื้อรถคันใหม่ โดยในขณะนี้มีการทำข้อตกลงกับธนาคารกรุงไทยให้เตรียมสินเชื่อจำนวนกว่า 2 พันล้านบาท ไว้รองรับผู้ประกอบการที่ต้องการซื้อรถตู้คันใหม่แล้ว แต่ที่ผ่านมามีปัญหาในส่วนของผู้ประกอบการที่ไม่มีเครดิตในการขอสินเชื่อกับธนาคารเองมากกว่า ซึ่งกรมฯจะดำเนินการช่วยเหลืออย่างเต็มความสามารถ เพราะกรมฯคงไม่สามารถช่วยเหลือให้ทุกคนพึงพอใจได้ทั้งหมด แต่จะเป็นการยึดถือทำเพื่อส่วนรวมแทน
ด้าน ขสมก. ก็พร้อมจัดรถโดยสารปรับอากาศ วิ่งให้บริการทดแทนรถตู้เอกชนร่วมบริการ ที่มีอายุการใช้งานครบ 10 ปี ซึ่งจะหยุดวิ่งให้บริการในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ เบื้องต้นสั่งเพิ่มรถ 65 คัน ใน 6 เส้นทาง
ติดตามข่าววันนี้ได้ที่นี่ >>> //www.pptvhd36.com/special/ข่าววันนี้