วันนี้ (1 ต.ค.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้ารังสิต จังหวัดปทุมธานี ถือว่าเป็นอีกจุดหนึ่งที่มีประชาชนใช้บริการรถตู้เดินทางเข้าไปยังตัวเมืองชั้นในของกรุงเทพมหานคร พบว่าเริ่มมีประชาชนยืนต่อแถวเป็นเวลานานประมาณ 1 ชั่วโมง ซึ่งวินรถตู้ให้เหตุผลว่าเป็นปกติในช่วงเช้าของวันจันทร์
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่มาสำรวจตั้งแต่ช่วงเช้ามืด ซึ่งจุดนี้เป็นจุดที่มีประชาชนใช้บริการรถตู้โดยสารจากรังสิต เข้าไปยังอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ก่อนที่จะต่อระบบขนส่งต่าง ๆ เช่น บีทีเอส แล้วเดินทางต่อเข้าไปยังตัวเมืองชั้นในของกรุงเทพมหานคร โดยประชาชนส่วนใหญ่ที่ใช้บริการรถตู้ให้เหตุผล ระบุว่า สะดวกและรวดเร็วในการเดินทาง และเห็นด้วยกับโยบายที่ห้ามรถตู้อายุเกิน 10 ปี เพราะรถบางคันก็มีสภาพเก่าไม่เหมาะที่จะมาวิ่งให้บริการ แต่ก็ยังใช้บริการอยู่ เนื่องจากไม่ต้องยืนเหมือนรถเมล์
ขณะที่ประชาชนที่ใช้บริการรถ ขสมก. มองว่าหากไม่มีรถตู้วิ่งให้บริการ ก็ยังมีระบบขนส่งอื่นอีก เช่น รถเมล์ หรือรถแท็กซี่ ที่สามารถเดินทางเข้าไปยังตัวเมืองชั้นในได้เช่นกัน คาดว่าจะไม่มีผลกระทบหากรถตู้โดยหยุดวิ่ง
ด้านผู้ประกอบการรถตู้โดยสาร เปิดเผยว่า รถตู้ที่หมดอายุตามที่จดทะเบียนกับกรมการขนส่งเอาไว้ ก็นำไปทำรถตู้แบบไม่ประจำทางวิ่งรับจ้างทั่วไป เพราะไม่มีเงินทุนที่จะไปซื้อรถมินิบัส เนื่องจากมีราคาสูงกว่า 2 ล้านบาทต่อคัน สำหรับวินรถตู้สาย ต.83 วิ่งระหว่างรังสิต อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มีรถที่หมดอายุจำนวน 12 คัน และหยุดวิ่งไปแล้วตามประกาศของกรมการขนส่ง
สำหรับรถตู้โดยสารที่หมดอายุการใช้งานซึ่งมีอายุเกิน 10 ปี กรมการขนส่งระบบว่ามีอยู่ประมาณกว่า 700 คัน ประกอบด้วยหมวดที่ 1 วิ่งระหว่างปริมณฑล - เข้ามาตัวเมืองชั้นในกรุงเทพมหานคร และหมวดที่ 2 วิ่งระหว่างปริมณฑล - ต่างจังหวัด ซึ่งหากพบว่ามีการใช้รถที่หมดอายุแล้ว มาวิ่งให้บริการจะมีโทษปรับสูงสุดตั้งแต่ 50,000 บาท ถึง 200,000 บาท ซึ่งกรมการขนส่งมั่นใจว่าจะไม่เกิดผลกระทบกับประชาชน เพราะมีแผนการให้บริการประชาชน ด้วยวิธีเสริมรถ บขส. และรถ ขสมก. เข้ามาวิ่งทดแทนรถที่หมดอายุการใช้งาน