“รถตู้”ขอต่ออายุอีก 5 ปีจนรถไฟฟ้าเสร็จก่อนเลิกกิจการ

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ผู้ประกอบการรถตู้หมวด1 ขอต่ออายุไปอีก 5ปี จนกว่ารถไฟฟ้าจะสร้างเสร็จเพราะอนาคตผู้โดยสารเลือกใช้รถไฟฟ้ามากกว่ารถตู้ เชื่อผู้ประกอบการ 50% เลิกกิจการ ส่วนผู้ประกอบการหมวด 2 ไม่ปฏิเสธเปลี่ยนรถใหม่ แต่ขอเป็นรถตู้เหมือนเดิมไม่ใช่รถมินิบัสเพราะค่าใช้จ่ายสูง หรือ ขอความสมัครใจให้เลือก ระหว่าง มินิบัส กับ รถตู้

จากกรณีที่กรมการขนส่งทางบก จะไม่อนุญาตให้รถตู้โดยสารปรับอากาศร่วมบริการสาธารณะ ที่มีอายุการงานเกิน 10 ปี มาวิ่งรับผู้โดยสาร นั้น

วันนี้ 3 ต.ค.2561 นางรุ่งเรือง ทองคำ ผู้ประกอบการรถตู้ต่างจังหวัด พัทยา-กทม. กล่าวในรายการ "เป็นเรื่องเป็นข่าว"ว่า รถตู้ของตนอยู่ในหมวด2 คือจากกรุงเทพฯไปต่างจังหวัดที่มีระยะทางไม่เกิน 300 กิโลเมตร ซึ่งเรื่องอายุรถ10ปีเรายินดีที่จะเปลี่ยนเป็นรถใหม่ เรารู้ตั้งแต่วันที่เซ็นสัญญาว่าหากรถอายุ 10ปีจะต้องเปลี่ยนใหม่ โดยในสัญญาเมื่อปี2550 ระบุว่า เมื่อครบ10ปีให้เปลี่ยนจากรถตู้เป็นรถตู้ได้ แต่สัญญาในปัจจุบันกลับระบุว่ารถตู้ในหมวด2เมื่ออายุครบ 10ปีจะต้องเปลี่ยนเป็นรถมินิบัส ซึ่งถือว่าหนักมากต้องแบกภารค่าใช้จ่าย เพราะรถมินิบัส1คันจะตกอยู่ที่ราคา  2-3ล้านบาทต้องผ่อนประมาณ35,000-45,000บาทต่อเดือนจะต้องเก็บเงินให้ได้วัน 2,000 บาท หรือ 60,000บาทต่อเดือน ส่วนราคารถตู้คันละ 1,350,000 บาทผ่อนต่อเดือนอยู่ที่ 20,000 -25000 บาท

“เราไม่ได้เรียกร้องขอต่ออายุรถตู้ แต่ขอให้เปลี่ยนกลับมาใช้รถตู้เหมือนเดิม หรือ ขอความสมัครใจใครอยากเปลี่ยนเป็นรถมินิบัสก็ให้เปลี่ยนไป ใครอยากใช้รถตู้เหมือนเดิมก็ให้ใช้ไป เพราะบางเส้นทางมีผู้โดยสารใช้บริการเป็นจำนวนมากก็สามารถเปลี่ยนเป็นมินิบัสได้ เส้นทางไหนที่เราไม่ไหวก็ขอเปลี่ยนเป็นรถตู้เหมือนเดิม และจะมั่นใจได้หรือว่า เมื่อเปลี่ยนเป็นมินิบัสแล้วจะให้วิ่งได้กี่ปี เพราะตอนนี้ไม่ได้กำหนดอายุของรถมินิบัส หรือให้วิ่งจนคัสซีผุ หากวันดีคืนดีรัฐบาลมากำหนดว่ามินิบัสหมดอายุ10ปีต้องเปลี่ยน ซึ่งจะมีอะไรสร้างความมั่นใจให้กับผู้ประกอบการได้บ้าง อีกทั้งอนาคต เส้นกทม.-หัวหิน เส้นกทม.-พัทยา และ เส้นกทม.-นครราชสีมา จะมีรถไฟฟ้าความเร็วสูงวิ่ง เราจะได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน โดยเฉพาะรถมินิบัส ส่วนรถตู้อาจไม่ส่งผลกระทบมากนักเพราะถ้าหมดอายุสามารถถอดป้ายวิ่งทัวร์ได้ แต่มินิบัส จะเอาปิว่งอะไรได้ จึงอยากให้คิดเผื่อกับพวกเราบ้าง ” นางรุ่งเรือง กล่าว

นางรุ่งเรือง กล่าวอีกว่า ในเรื่องความปลอดภัยมีงานวิจัยของคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ระบุว่า รถตู้โดยสารมีอายุการใช้งานได้ถึง15ปีขึ้นอยู่กับการดูแลรักษา แต่เมื่อประชาชนเห็นข่าวเรื่องอุบัติเหตุรถตู้ก็จะมองว่าผู้ประกอบการเห็นแก่ตัวไม่ยอมเปลี่ยนรถ จึงขอชี้แจงว่า ในหมวด 2 เราไม่ได้ปฏิเสธการเปลี่ยนรถที่อายุครบ10ปี

ด้าน นายเกรียงศักดิ์ ศรีบุญ ประธานสายต.84 B(ขสมก.หมวด 1) กล่าวว่า รถตู้ของตนอยู่ในหมวด 1 วิ่งในกรุงเทพฯและปริมณฑล เมื่ออายุครบ 10ปี ก็สามารถเปลี่ยนจากรถตู้เป็นรถตู้ได้ จนถึงวันที่30 ก.ย.2562 ที่ประสบปัญหา คือ อีก2ปีข้างหน้ารถไฟฟ้าก็จะเปิดการใช้งานแล้ว และเส้นทางที่ตนวิ่งคือเส้นสะพานใหม่-ลำลูกา เป็นเส้นเดียวกันกับรถไฟฟ้าสายเขียวเหลือง ปัจจุบันผู้โดยสารประมาณ 90 % จะนั่งรถตู้เพื่อมาต่อรถไฟฟ้า ถ้ารถไฟฟ้าสายนี้เปิดใช้งาน เราก็ต้องวิ่งแข่งกับรถไฟฟ้า ถึงตอนนี้ผู้โดยสารคงไม่เลือกที่นั่งรถตู้

นายเกรียงศักดิ์ ระบุอีกว่า ตนมองเห็นปัญหาข้างหน้าแล้วว่าไปต่อไม่ได้ และผังการสร้างรถไฟฟ้าทั้งหมดในกรุงเทพฯได้กระทบกับรถตู้ทั้งหมด เพราะวิ่งเส้นทางเดียวกัน อนาคตผู้โดยสารจะเลือกใช้บริการรถตู้น้อยลง อีกทั้ง ค่าใช้จ่ายรถตู้แต่ละวันตกอยู่ 1,200 บาท แบ่งเป็นค่าผ่อนงวดรถ 25,000 ต่อเดือน ค่าประกันภัย และ ค่าพ.ร.บ.ก็ตกอยู่เดือนละ 3,000บาท ถ้ามาออกรถตู้ตอนนี้ อีก3 -4ปีก็ต้องเลิก และจะประสบปัญหาค่าผ่อนรถ อีก 4-5ปีข้างหน้าผู้ประกอบการรถตู้ประมาณ 50 % ต้องเลิกกิจการ เราจึงขอให้ผู้มีอำนาจยืดอายุรถตู้หมวด1ออกไปอีกประมาณ 5ปี

ส่วนเรื่องความปลอดภัยที่ผู้โดยสารคำนึงก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้วเพราะทุกคนก็อยากนั่งรถใหม่ แต่ต้องดูองค์ประกอบอย่างอื่นด้วย เช่น เรื่องคน เรื่องรถ และ เรื่องถนน แต่หลักๆแล้วเรื่องความปลอดภัยอยู่ที่คนมากกว่า อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นส่วนมากจะไม่เป็นที่รถแต่เกิดจากคนขับ

ด้าน รศ.ดร.สายประสิทธิ์ เกิดนิยม หัวหน้าศูนย์วิจัยเฉพาะทางวิศวกรรมและความปลอดภัยยานยนต์  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ กล่าวว่า ความปลอดภัยขึ้นอยู่กับการดูแลบำรุงรักษาของแต่ละส่วน และต้องดูว่าความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดอุบัติเหตุมีอะไรบ้าง ซึ่งเวลาเกิดอุบัติเหตุจะดูระบบบังคับเลี้ยว ระบบเบรค หรือ ที่นั่งไม่ได้เป็นไปตามมาตรฐานของตัวรถมีการดัดแปลงปรับเปลี่ยน ถ้าดูแลรักษาตามข้อกำหนดของบริษัทผลิตรถ และใช้อะไหล่ที่มีมาตราฐานเชื่อว่ารถก็ยังมีความปลอดภัย

ส่วนการเปลี่ยนจากรถตู้เป็นรถมินิบัสจะเพิ่มความปลอดภัยขึ้นหรือไม่ รศ.ดร.สายประสิทธิ์ ระบุว่า รถมินิบัส มีข้อดีกว่า คือสภาพรถใหญ่กว่า มีช่องทางออกจากตัวรถง่ายกว่า ถ้าให้เทียบระหว่างรถตู้กับรถสองแถว ตนมองว่านั่งรถตู้ปลอดภัยกว่า

ส่วนเห็นด้วยหรือไม่กับการห้ามรถตู้อายุเกิน10ปีวิ่งรับผู้โดยสาร นั้น รศ.ดร.สายประสิทธิ์ มองว่า ที่กรมขนส่งทางบก กำหนดไว้เขามองในภาพรวมซึ่งอาจกระทบหลายอย่าง แต่ควรวิเคราะห์เรื่องนี้ให้ชัดเจนเพราะรถแต่ละคันเจ้าของรถดูแลรักษาไม่เหมือนกัน บางเจ้าดูแลรักษารถดี ดังนั้นต้องมีการคัดกรองในเรื่องนี้ด้วย ซึ่งรถอายุเกิน 10ปีจะปลอดภัยหรือไม่ ตนไม่สามารถระบุได้ เพราะรถแต่ละคันขึ้นอยู่กับการรักษา

ดูคลิปเต็มได้ที่นี่>>>“รถตู้” ขอต่อลมหายใจ ขยายเวลาโละรถอีก 5 ปี จนรถไฟฟ้าเสร็จ ก่อนเลิกกิจการเพราะสู้ไม่ได้

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ