ธปท.คุมเข้ม บ้านหลังที่ 2 -บ้านเกิน 10 ล้าน ต้องดาวน์ 20 %

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ธนาคารแห่งประเทศไทย เตรียมปรับเกณฑ์สินเชื่อบ้าน โดยการซื้อบ้านราคา 10 ล้านขึ้นไป และการซื้อบ้านหลังที่ 2 ต้องวางดาวน์ 20 % คาดมีผลบังคับใช้ปีหน้า ขณะที่ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ คาดกลุ่มคอนโดมิเนียมจะได้รับผลกระทบมากที่สุด

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เตรียมปรับเกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย โดยกำหนดให้มีเงินดาวน์ขั้นต่ำ สำหรับการกู้หลังที่ 2 ขึ้นไป หรือ ที่อยู่อาศัยที่มีมูลค่า 10 ล้านบาทขึ้นไป โดยต้องวางดาวน์อย่างน้อย 20% ของมูลค่าหลักประกัน (LTV limit 80%) และปรับเกณฑ์การนับสินเชื่อ top-up ที่ใช้หลักประกันเดียวกันให้สะท้อนความเสี่ยง โดยคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2562 เป็นต้นไป เฉพาะกับการขอกู้ครั้งใหม่ (ไม่มีผลสำหรับการขอกู้ก่อนหน้า) และไม่มีผลกระทบสำหรับการซื้อบ้านหลังแรก ทั้งนี้ ในวันที่ 11  ตุลาคมนี้  ธปท.จะเชิญสถาบันการเงินและผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ เข้าหารือและรับฟังความคิดเห็นข้อเสนอแนะเพื่อนำไปออกมาตรการ

นายอธิป พีชานนท์ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า มาตรการที่ทางธนาคารแห่งประเทศไทยเตรียมจะนำมาบังคับใช้จะส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจอสังหาฯอย่างแน่นอน ขณะที่ลูกค้าใหม่จะชะลอการตัดสินใจซื้อเนื่องจากยังไม่แน่ใจ และเกิดความกังวลต่อการขอสินเชื่อและอาจจะไม่เข้าใจมาตรการของธปท. เนื่องจากการให้สินเชื่อเพียง 80% ผู้ซื้อจะต้องหาเงินดาวน์เพิ่มเติมอีกเท่าตัว ส่วนผู้ประกอบการอาจจะชะลอการเปิดโครงการใหม่ เนื่องจากเกรงว่ายอดขายจะไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางเอาไว้  ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวคาดว่าจะกระทบต่อตลาดอสังหาฯ เนื่องจากกว่า 50% ของการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในแต่ละปีจะเป็นกลุ่มผู้ซื้อบ้านหลังที่ 2 โดยมีมูลค่าการโอนในแต่ละปีที่ 2.5 แสนล้านบาท โดยเฉพาะตลาดคอนโดฯ เนื่องจากผู้ซื้อส่วนใหญ่ซื้อเป็นหลังที่ 2 เพื่อให้อยู่ในทำเลใกล้เมือง ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวก นอกจากนี้มาตรการดังกล่าวไม่ควรนำมาใช้กับที่อยู่อาศัยแนวราบ บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ เพราะเป็นการซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงและเป็นตลาดที่ไม่การเก็งกำไร

สำหรับผู้ที่จะได้รับผลกระทบอย่างมาก คือ ผู้ซื้อโครงการคอนโดฯที่ใกล้โอนอยู่ระหว่างผ่อนเงินดาวน์ และไม่ได้เตรียมพร้อมรับมาตรการใหม่ที่มีกฎเกณฑ์ใหม่ ซึ่งต้องมีเงินก้อนในการวางดาวน์ต้องหาเงินเพิ่มอีกเท่าตัวอาจจะชะลอการโอนหรือบางรายอาจถูกปฏิเสธคำขอสินเชื่อ ส่งผลกระทบจะมาที่ผู้ประกอบการ ทำให้โครงการดังกล่าวโอนไม่ได้ตามแผนงานที่วางไว้ กลายเป็นสต็อกเหลือขาย ซึ่งจะเป็นปัญหาต่อตลาดอสังหาฯในระยะต่อไป และกระทบต่อภาพรวมการขยายตัวของเศรษฐกิจในประเทศได้

ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า มาตรการดังกล่าวของ ธปท. อาจจะกระทบต่อแผนธุรกิจของปู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ แต่เชื่อว่าจะช่วยสกัดการเก็งกำไร และลดปัญหาหนี้เสียในระบบได้

ขณะที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มาตรการคุมสินเชื่อบ้านของ ธปท.เพื่อดูแลภาคอสังหาริมทรัพย์ และควบคุมการปล่อยกู้มีความรอบคอบมากขึ้น รวมถึงดูแลระบบสินเชื่อที่ดี ในส่วนของสถาบันการเงินของรัฐมีการปล่อยกู้อย่างระมัดระวังในขณะนี้ แต่ไม่น่ากระทบกับการปล่อยกู้ของสถาบันการเงิน เพราะผู้มีรายได้น้อยยังมีความต้องการที่อยู่อาศัยจำนวนมาก

นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า จากข้อมูลของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เชื่อว่าการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยยังไม่มีความน่ากังวลมากนัก เนื่องจากปริมาณซัพพลายในตลาดปีนี้ มีน้อยกว่าปีที่ผ่านมา แต่ยังไม่พบความผิดปกติ โดยปริมาณการโอนที่อยู่อาศัยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ส่วนยอดการจองยังทรงตัว จากตัวเลขข้างต้นจึงไม่ควรกังวลอะไร

ติดตามข่าววันนี้ได้ที่นี่ >>> //www.pptvhd36.com/special/ข่าววันนี้

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เปิดโต๊ะข่าว

เปิดโต๊ะข่าว

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ