ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชุดพิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติไทรโยก ลงพื้นที่สำนักสงฆ์เต่าดำ พบ ฟันสัตว์ป่า ไส้สัตว์ป่า ขนสัตว์ป่า คราบไขมัน หม้อ กระป๋องเบียร์ และอื่นๆ รวม 11 รายการ ซึ่งจุดที่พบซากสัตว์อยู่ห่างจากสำนักสงฆ์ไม่ถึง 300 เมตร โดยรอบมีเพิงพัก 3-4 หลัง ซึ่งนายพนัชกร โพธิบัณฑิต หัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยคให้น้ำหนักว่าเป็นขนหมี เพราะมีความหยาบ
ที่ผ่านมาพบเพียงเครื่องกระสุนปืนที่ยังไม่ถูกใช้งาน หลักฐานที่จะสามารถยืนยันได้ว่า มีการล่าสัตว์หรือไม่คือปลอกกระสุน ที่ถูกยิงหัวกระสุนออกไปแล้ว ซึ่งบริเวณที่จับกลุ่มผู้ต้องหา ห่างจากหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติไทรโยก ประมาณ 3 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนระหว่างทาง เนื่องจากมีรถนักข่าวติดหล่ม เป็นปลอกกระสุน 9 มม. และ 11 มม. อีกจำนวนหนึ่ง คาดว่ากลุ่มผู้ต้องหาจะโยนทิ้งขณะถูกจับ โดยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยค บอกว่า จะนำหลักฐานตรวจหาชนิดและดีเอ็นเอว่าตรงกับกลุ่มผู้ต้องหาหรือไม่
นอกจากวัตถุพยาน ยังพบพยานบุคคลคือคนดูแลสำนักสงฆ์ชาวเมียนมาร์ ที่ยอมรับว่า มีกลุ่มออฟโรดมาพักที่นี่ แต่ไม่ได้รู้เห็นว่ามีการล่าสัตว์หรือไม่ และไม่พบเสียงผิดปกติในป่า แต่ปกติจะมีแม่ครัวและสามีคอยดูเรื่องโรงทานให้สำนักสงฆ์ ซึ่งตรงกับหัวหน้าอุทยานที่ระบุว่าคนดูแลสำนักสงฆ์กล่าวถึงแม่ครัว และสามี ซึ่งอยู่ระหว่างติดตามบุคคล 2 คน มาให้ข้อมูล
นายสมบัติ สงวนศักดิ์ พนักงานราชการหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ที่ทย.6 เขาพลู ซึ่งเป็นคนที่ถูก 1 ใน กลุ่มออฟโรด อ้างถึงว่า รู้จักและได้รับอนุญาตจากนายสมบัติแล้ว ซึ่งตัวเองยอมรับว่ารู้จัก 1 ในสมาชิกกลุ่มออฟโรด แต่ไม่เคยให้ใครเข้าไปในพื้นที่ แต่เจ้าหน้าที่ป้อมตรวจก็ปล่อยให้กลุ่มออฟโรดกลุ่มนี้เข้าเขตไปช่วงเย็นวันที่ 6 ตุลาคม เพราะดูแล้วมีทั้งคนแก่และเด็กน่าจะมาทำบุญตามที่อ้างจึงไม่ได้ตรวจสอบ แต่ก็รายงานให้หน่วยทราบจึงไหวตัวตั้งทีมติดตามในตอนเช้าวันที่ 7 ตุลาคม
ด้านหัวหน้าอุทยานไทรโยค บอกว่า สถานที่นี้ถูกอ้างใช้ล่าสัตว์ค่อนข้างบ่อย เพราะข้างบนมีสำนักสงฆ์ ที่ประชาชนทั่วไปใช้เป็นทางผ่านไปทำบุญ ซึ่งทำให้เกิดช่องว่างของกลุ่มล่าสัตว์ใช้เป็นข้ออ้าง จึงมีแนวคิดจะขอให้ย้ายสำนักสงฆ์ไปอยู่จุดอื่นแทน
สำหรับ “สำนักสงฆ์เต่าดำ” เป็นที่รู้จัก เมื่อ อาจารย์สิริปันโน (Ajahn Siripanno) หรือ เว็น สิริปันโน ทายาทมหาเศรษฐีหมื่นล้านจากประเทศ มาเลเซีย เดินทางมาจำพรรษา อยู่ที่แห่งนี้หลังจากตัดสินใจหันหลังให้ชีวิตฆราวาสและบวชตั้งแต่เมื่อ 18 ปีที่แล้ว โดยตั้งอยู่กลางป่าลึกติดชายแดนไทย เมียนมาร์ ซึ่งทำให้เป็นช่องว่างของการอ้างมาทำบุญของนักล่าสัตว์ ดังที่ด้านหัวหน้าอุทยานไทรโยคกล่าว
อีก 1 ประเด็น ที่ถูกนำมาอ้าง คือมีมารดา 1 ในกลุ่มผู้ต้องหาอ้างว่า มีชาวบ้านนำอุ้งเท้าหมีมาขายให้ในราคา 100 บาท เป็นเรื่องที่หัวหน้าอุทยานฯ บอกว่า เป็นไปได้ยาก หากพิจารณาจากเส้นทางในการไปสำนักสงฆ์เต่าดำ ต้องใช้เวลาไปกลับกว่า 10 ชั่วโมง ในสภาพขาดการติดต่อ ซึ่งตลอดทางเต็มไปด้วยอุปสรรคต้องใช้รถโฟวิลขับผ่านอุปสรรค ทั้งโขดหิน ลำธาร ทางชัน และทางเอียง
แหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ ให้ข้อมูลทีมข่าวว่า รถออฟโรด 6 คัน มี 1 คันสวมทะเบียนปลอม แต่ตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นรถของนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่คนนหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบความชัดเจน
นอกจากนี้ ยังพบว่านายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทย เดเวล๊อปเม้นต์ จำกัด (มหาชน) เคยเข้ามาล่าสัตว์ในพื้นที่สำนักสงฆ์เต่าดำ และบริเวณอุทยานแห่งชาติเอราวัณด้วย
ขณะที่วานนี้ พนักงานสอบสวนภูธรไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี สอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 11 คน หลัง ที่ถูกจับได้บริเวณใกล้เคียงหน่วยพิทักษ์ป่าอุทยานแห่งชาติเขาพลูชาย พร้อมของกลาง ซึ่ง 1 ในผู้ต้องหา คือนายวัชรชัย สมีรักษ์ ปลัดป้องกันอำเภอด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี โดยปลัดอำเภอด่านมะขามเตี้ย ได้ยืนยันว่า ตัวเองไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการล่าสัตว์ ที่เดินทางไปในพื้นที่ เพียงต้องการจะไปร่วมทำบุญเท่านั้น ส่วนซากหมีขอนั้น เป็นของคนที่ร่วมเดินทางมาในคณะ
ขณะที่นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ได้แถลงข่าวถึงกรณีที่เกิดขึ้น พร้อมระบุว่าทางจังหวัด ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบวินัยร้ายแรงแล้ว โดยล่าสุด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาไทย มีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน จนกว่าคดีหรือผลการสอบสวนจะแล้วเสร็จ ส่วนสมาชิก อาสาสมัครรักษาดินแดน 2 คน ทางจังหวัดได้มีคำสั่งพักการเป็นสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนชั่วคราว หากผลการสอบสวนหรือคดีสิ้นสุด และพบว่าได้กระทำผิดจริง ทางผู้ว่าราชการจังหวัดจะมีคำสั่งให้ออกจากสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนทันที ขณะที่ถูกพักการเป็นสมาชิก จะไม่ได้รับค่าตอบแทนแต่อย่างใด
รองผบ.ตร. สั่งชุด พนง.สอบสวนคดีเสือดำ ทำคดีปลัดอ.ด่านมะขามเตี้ย
ด้านพลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ได้มีการแจ้งความดำเนินคดีฐานร่วมกันครอบครองซากสัตว์ป่า มีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง และข้อหาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวม 7 ข้อหา ซึ่งได้สั่งการให้กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ใช้ชุดพนักงานทีมเดิมกับที่ทำคดีเสือดำ โดยไม่กังวลว่าสังคมจะเกิดข้อกังหา เพราะต้องการให้สามารถดำเนินคดีได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เนื่องจาก พนักงานสอบสวนชุดนี้ มีประสบการณ์ และคดีที่เกิดขึ้นมีลักษณะเดียวกัน โดยขณะนี้ ได้สั่งการให้ตรวจสอบหาซากตัวหมี ที่ตรงกับซากขาหมีของกลาง เพื่อยืนยันให้เกิดความชัดเจนเพียงพอที่จะแจ้งข้อหา ร่วมกันล่าสัตว์ป่าเพิ่มเติม
ติดตามข่าววันนี้ได้ที่นี่ >>> //www.pptvhd36.com/special/ข่าววันนี้