เมื่อวันที่ (9 ต.ค. 61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เป็นการให้สัมภาษณ์ระหว่างลงพื้นที่พบปะสมาชิกชุมชนแท็กซี่ ในซอยกรุงเทพ-นนท์ 44 ซึ่งมีส่วนหนึ่งเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมระบุถึงกรณีที่นายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรค และ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ที่ปรึกษาพรรค และอดีตส.ส.รวมทั้งหมด 80 คน ลงรายชื่อรับรองนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่า ผู้ใหญ่ในพรรคน่าจะไม่ทราบกติกาใหม่ที่กำหนดว่าสามารถรับรองผู้สมัครได้เพียง 1 คน เนื่องจากตามกติกาเดิม จะสามารถรับรองได้หลายคน และ ผู้ใหญ่ในพรรคมักจะลงชื่อรับรองให้ผู้สมัครทุกคน เพื่อให้เกิดกระบวนการประชาธิปไตยในพรรค
ทั้งนี้ยืนยันว่าไม่เป็นปัญหาสำหรับการชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค เพราะผู้ตัดสินว่าใครจะชนะการหยั่งเสียงคือ สมาชิกพรรคทุกคน ซึ่งมีสิทธิ์เท่าเทียมกัน ส่วนกรณีที่ถูกวิจารณ์ว่าการเลือกหัวหน้าพรรคจะสามารถระบุได้เลยว่า พรรคประชาธิปัตย์จะสนับสนุนคสช.หรือไม่ นพ.วรงค์ ย้ำว่า พรรคประชาธิปัตย์มีจารีตที่ต้องเสนอหัวหน้าพรรคเป็นนายกรัฐมนตรี แต่หากแพ้การเลือกตั้งการจะไปร่วมกับใครอย่างไร พรรคมีแนวทางที่ชัดเจนว่าการตัดสินใจทุกอย่างต้องผ่านที่ประชุมก่อน ไม่ใช่การตัดสินใจของหัวหน้าพรรคเพียงคนเดียว
ด้านนายอภิสิทธิ์ วันนี้รับมอบช่อดอกไม้จากกลุ่มอดีตส.ส.กทม. นำโดยนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคที่ดูแลงานกทม. นายกรณ์ จาติกวณิช นายชนินทร์ รุ่งแสง นางสาวรัชดา ธนาดิเรก ทุกคนพูดตรงกันว่าอยากให้นายอภิสิทธิ์เป็นหัวหน้าพรรคต่ออีกสมัยจึงเดินทางมาให้กำลังใจ
ขณะที่นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ยอมรับว่า หลังทบทวนการทำงานที่ผ่านมาพบว่า มีหลายอย่างที่ต้องปรับปรุง เช่นการที่เคยระบุว่า “หมดเวลาเกรงใจใคร” นายอภิสิทธิ์ ยืนยันว่า หลังจากนี้จะไม่เกรงใจใครไม่เว้นแม้แต่คนในทำเนียบรัฐบาล เพราะต้องการสร้างความเปลี่ยนแปลงให้ประเทศ พร้อมย้ำถึงจุดแข็งของตัวเองว่าไม่เคยมีผลประโยชน์ทับซ้อนกับใคร
สำหรับกติกาการหยั่งเสี่ยงเลือกหัวหน้าพรรค ล่าสุดที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคมีมติแต่งตั้ง กกต.พรรค 5 คน มีการเปลี่ยนแปลงรายชื่อบางส่วน เนื่องจากติดขัดปัญหาบางอย่าง ส่วนหลังจากนี้กกต.สามารถปฎิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับการหยั่งเสียงได้ทันที และจะสิ้นสุดหน้าที่เมื่อรายงานผลการหยั่งเสียง ให้กรรมการบริหารพรรครับทราบ