วันนี้ (1 เม.ย.58) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นำเรื่องขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเพื่อขอยกเลิกการประกาศใช้กฎอัยการศึกนั้น นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลจำเป็นต้องมีกฏหมายรองรับในการรักษาความสงบเรียบร้อย ซึ่งมาตรา 44 เป็นบทบัญญัติที่กว้าง แต่เมื่อจะนำมาใช้ต้องมีการระบุว่าจะใช้ในเรื่องใด และใช้ในทางสร้างสรรค์ โดยมีวัตถุประสงค์หลัก คือ 1. ใช้เพื่อสร้างความปรองดอง 2. ใช้เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย 3. ใช้เพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งต่างๆ ในสังคม 4. เพื่อเร่งรัดการปฏิรูป 5. เพื่อระงับและป้องกันปราบปรามการกระทำผิด
ด้านนายปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เมื่อมีพระบรมราชโองการแล้ว คสช. จะออกคำสั่งภายใต้มาตรา 44 และจะมีความชัดเจนขึ้น ฝ่ายมั่นคงมีเครื่องป้องกันในกรณีเกิดการชุมนุมหรือพื้นที่ใช้ความรุนแรง เนื่องจากเป็นการเปิดโอกาสให้เคลื่อนไหวทางการเมืองได้อย่างเสรีมากขึ้น
ขณะที่ทางคณะทูตสหภาพยุโรป 8 ประเทศ (อียู) ได้แสดงความเป็นห่วงไทยในฐานะประเทศคู่ค้า เพราะประเทศในกลุ่มอียูเองไม่เคยมีกฎหมายในลักษณะที่ให้อำนาจผู้นำครอบคลุมในทุกเรื่อง จึงเป็นกังวลว่าหากมีการใช้ ม.44 จริง อาจจะมีผลกระทบต่อเรื่องจีเอสพีและเอฟทีเอในอนาคต อีกทั้งกลุ่มทูตอียูยังแสดงความเป็นกังวลว่าตราบใดที่ประเทศไทยยังไม่มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง จะยิ่งส่งผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจโดยเฉพาะผู้ส่งออกไทย