วันนี้ (18 ต.ค.61) ในงานเสวนา หัวข้อ สุวรรณภูมิ สนามบิน 1ใน3ของโลก ฝัน หรือ เป็นจริง ? ที่ทาง องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น ประเทศไทย จัดขึ้น มีผู้ร่วมเสวนาบนเวที ทั้งตัวแทนนักวิชาการ ตัวแทนภาคประชาสังคม ร่วมถึงภาคเอกชน เข้าร่วมเสนอความคิดเห็น
ดร.ต่อตระกูล ยมนาค ผู้แทนโครงการความโปร่งใสในการก่อสร้างของรัฐ ( Cost ) หนึ่งในผู้ร่วมเวทีเสวนา กล่าวถึง การก่อสร้างโครงการอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 ของสนามบินสุวรรณภูมิ ที่รัฐบาลจะใช้เงินลงทุน กว่า 4หมื่น2พันล้านบาท นั้น มีข้อเสนอแนะจากทาง สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมป์ ออกมาแล้วว่า การ ก่อสร้างครั้งนี้ ไม่เกิดขึ้นตามแผนแม่บท หรือ Master plan เดิม อาจจะความไม่เกิดความคุ้มค่า และไม่สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 30 ล้านคน อย่างที่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.เจ้าของโครงการกล่าวอ้าง
แต่หาก ทอท.กลับมาใช้แผนเดิม ที่จะใช้การขยายพื้นที่อาคารผู้โดยสารหลังที่1 ฝั่งตะวันตกและตะวันออก แบบที่เคยวางไว้ จะสามารถทำได้ทันที ใช้ลงทุนเงินน้อยกว่า 4 เท่า และยังมีความคุ้มค่ามากกว่า
ดร.เดือนเด่น นิคมบริรักษ์ ผู้อำนวยการวิจัย สถาบันเพื่อการพัฒนาประเทศ หนึ่งในผู้ร่วมเสวนา ยังกล่าวต่อถึง การที่ภาครัฐ อาจมีท่าทีที่จะให้สัมปทานร้านค้าดิวตี้ฟรีในสนามบินสุวรรณภูมิแก่เอกชนรายเดียว ว่าเป็นการไม่เหมาะสม ควรให้มีการให้สัมปทานเอกชนตามกลุ่มสินค้า อย่างในประเทศอื่นๆ ซึ่งการที่ ทอท. อ้างว่า การให้สัมปทานรายเดียวง่ายต่อการบริหารจัดการที่ดี ไม่ใช่เหตุผลที่มีน้ำหนักมากพอ
พร้อมทั้งตั้งข้อสังเกตถึงการบริหารงานของ สนามบินสุวรรณภูมิ ที่ดำเนินการในรูปแบบรัฐวิสาหกิจ ทำให้การแข่งขันไม่เต็มศักยภาพเท่าที่ควร ซึ่งถ้าอยากให้มีการแข่งขันที่ดี ควรสร้างแรงจูงใจในการบริหาร โดย ให้ ผู้บริหารได้รับผิดชอบกับผลการดำเนินงานของสนามบินมากขึ้น กำไรกับคุณภาพจะได้สอดคล้องกัน รวมทั้งต้องปรับปรุงคุณภาพในการให้บริการ เพื่อให้สนามบินสุวรรณภูมิติดอันดับต้นๆของโลก
ติดตามข่าววันนี้ได้ที่นี่ >>> //www.pptvhd36.com/special/ข่าววันนี้