คดีที่ดินรัชดา ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาจำคุก นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นเวลา 2 ปี แต่ปรากฏว่ายังไม่สามารถนำตัวมาดำเนินคดีได้ โดยคดีหมดอายุความเมื่อวันที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมานั้น
วันนี้ 22 ต.ค. 2561 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว. กลาโหม กล่าวว่า กฎหมายใหม่ไม่มีอายุความ ถ้าจะหนีก็ต้องหนีตลอดชีวิต
ส่วนจะต้องยกประโยชน์ให้จำเลยหรือไม่นั้น พล.อ.ประวิตร ระบุว่า จะไปยกได้อย่างไรเมื่อมีกฎหมายใหม่ และยังมีคดีอื่นอีกที่ยังไม่ดำเนินการ
สำหรับกฎหมายฉบับใหม่ ที่พล.อ.ประวิตร ระบุนั้น คือ พ.ร.ป. ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2560 ที่สาระสำคัญบางประการที่แตกต่างไปจากร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญเดิมโดยเฉพาะเรื่องอายุความ ใน มาตรา 25 ระบุว่า เมื่อยื่นฟ้องคดีต่อศาลแล้ว ให้อายุความสะดุดหยุดลง หากจำเลยหนีระหว่างพิจารณาคดีไม่ให้นับระยะเวลาที่หนี เป็นส่วนหนึ่งของอายุความด้วย หากศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วและจำเลยหนี ก็ไม่ให้นับอายุความระหว่างการหลบหนี ไม่ว่าจะจับตัวจำเลยได้เมื่อใด ก็สามารถนำมาลงโทษตามคำพิพากษาได้ตลอดไป
มาตรา 28 ระบุว่า กรณีที่ศาลรับฟ้องไว้พิจารณาโดยไม่ได้ตัวจำเลยมาศาล ให้ศาลออกหมายจับ และถ้ายังจับตัวไม่ได้ภายในสามเดือน ก็ให้พิจารณาคดีลับหลังจำเลยได้ โดยจำเลยที่หลบหนียังสามารถแต่งตั้งทนายความเข้ามาต่อสู้คดีได้
ส่วนคดีของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ นอกจากคดีที่ดินรัชดาแล้ว ยังมีอีก 5 คดี ที่ศาลออกหมายจับและจำหน่ายคดีชั่วคราว ประกอบด้วย
1. คดีปล่อยกู้เอ็กซิมแบงก์ ที่อนุมัติเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ให้กับรัฐบาลเมียนมาร์ วงเงิน 4,000 ล้านบาท ในโครงการปรับปรุงระบบโทรคมนาคมของประเทศเมียน มาร์ เพื่อเอื้อประโยชน์ในธุรกิจดาวเทียม ที่มีการสั่งซื้ออุปกรณ์จากบริษัท ชิน แซทเทิลไลท์ และบริษัทในเครือตระกูล ชินวัตร โดยวันที่ 16 ก.ย. 2551 ศาลสั่งให้ออกหมายจับเพื่อให้ติดตามตัวมาในนัดพิจารณาคดี แต่นายทักษิณ ไม่มาศาล และ หนีคดีไปจึงให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความชั่วคราว
2.คดีทุจริตโครงการออกสลากพิเศษเลขท้าย 2 และ 3 ตัว โดยศาลนัดพิจารณาคดีครั้งแรก เมื่อวันที่ 26 ก.ย.2551และมีคำสั่งให้ออกหมายจับ นายทักษิณ จำเลยที่ 1 และให้จำหน่าย เป็นการชั่วคราวจนกว่าจะได้นำตัวมาพิจารณาคดีได้
3.คดีทุจริตแปลงสัมปทานมือถือ–ดาวเทียม เป็นภาษีสรรพสามิต ที่อัยการสูงสุด ยื่นฟ้องนายทักษิณ ในความผิดฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นหุ้นส่วน หรือ ผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่รับสัมปทาน หรือ เข้าเป็นคู่สัญญา, เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่จัดการหรือดูแลกิจการใดเข้าไปมีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อประโยชน์สำหรับตัวเองหรือผู้อื่น โดยศาลฯนัดพิจารณาคดีครั้งแรกวันที่ 15 ต.ค.2551 และ ศาลได้ออกหมายจับนายทักษิณ เนื่องจากจำเลยไม่มาศาล ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความไว้เป็นการชั่วคราว
4. คดีธนาคารกรุงไทยปล่อยกู้กฤษดามหานคร ที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายทักษิณในความผิดฐานเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยเมื่อวันที่ 11 ต.ค.2555 ศาลนัดพิจารณาคดีครั้งแรกเพื่อสอบคำให้การจำเลย และ สั่งออกหมายจับนายทักษิณ เนื่องจากไม่มาศาล และให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความชั่วคราว
5.คดีหมิ่นประมาทกองทัพบก โดย ศาลอาญาออกหมายจับ นาย ทักษิณ เมื่อ 12 ต.ค.2558 เนื่องจากไม่มาศาลและจำหน่ายคดีชั่วคราว แต่คดีนี้ ไม่ได้ขึ้นศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จึงไม่เข้าข่ายความผิดตามพ.ร.ป.วิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2560 ที่ให้พิจารณาคดีลับหลังจำเลยได้
ส่วน คดีที่1 ถึง4 เป็นคดีที่อยู่ในข่ายความผิดตาม พ.ร.ป.วิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2560 นั่นหมายความ ทั้ง 4 คดีไม่มีอายุความ ดังนั้น นายทักษิณ ต้องหนีคดีตลอดชีวิต ตามที่พล.อ.ประวิตร ระบุไว้
อ่านเพิ่มเติม : ประวัติ “ทักษิณ ชินวัตร” จาก “ตำรวจ-นักธุรกิจ” สู่วิบากกรรม ทางการเมือง
ติดตามข่าววันนี้ได้ที่นี่ >> //www.pptvhd36.com/special/ข่าววันนี้