พริกแกง น้ำตาล มะนาว คือวัตถุดิบหลักของอาหารคาวที่อยู่คู่ครัวไทย ซึ่งอีกหนึ่งเครื่องปรุงที่ขาดไม่ได้นั่นคือน้ำปลา อย่างส้มตำไทยจานนี้ เจ้าของร้านบอกว่าความเค็มที่ได้ต้องมาจากน้ำปลาไทยเท่านั้น เช่นเดียวกับอาหารไทยจานอื่น เช่น ผัดกะเพรา และต้มแซ่บ ที่แม้จะใช้เกลือให้ความเค็มแทนได้ แต่จะไม่ได้กลิ่นหอม และความกลมกล่อมตามแบบฉบับอาหารไทยดั้งเดิม
ไม่ใช่แค่ครัวไทยแท้ ๆ เท่านั้นที่ขาดน้ำปลาไม่ได้ เพราะแม้แต่ครัวไทยในต่างแดน น้ำปลายังเป็นเครื่องปรุงหลักที่ต้องใช้ยี่ห้อไทย เพื่อให้กลิ่น และรสชาติยังคงความเป็นไทยไว้มากที่สุด
แต่จากกรณีที่สหรัฐอเมริกาสั่งกักกันและห้ามนำเข้าน้ำปลาไทยบางยี่ห้อ เนื่องจากไม่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยความปลอดภัยของ FDA นายจิรัฎฐ์ สุพรมอินทร์ ในฐานะผู้ประกอบการและคณะกรรมการชมรมร้านอาหารไทย วอชิงตัน ดี.ซี. และมิดแอตแลนติก บอกว่า ทราบเรื่องนี้มาได้ระยะหนึ่งแล้วจากตัวแทนจำหน่ายแต่ยังไม่ส่งผลกระทบ แต่หากหลังจากนี้สหรัฐอเมริกาสั่งกักกันน้ำปลาระยะยาว ก็อาจส่งผลกระทบกับผู้ประกอบการร้าอาหารไทยทั้งหมด และอาจจำเป็นต้องกักตุนน้ำปลาไว้
อ่านข่าว: นักวิชาการชี้ สหรัฐฯ อาจใช้ข้ออ้างมาตรฐานความปลอดภัยกีดกันน้ำปลาไทย
ข้อมูลจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครนิวยอร์ก ระบุว่าประเทศไทยเคยครองส่วนแบ่งการตลาดนำเข้าสินค้าซอสที่ทำมาจากปลาอันดับ 1 ของสหรัฐอเมริกา ที่ 70-80 เปอร์เซ็นต์ แต่หลังจากปี 2557 น้ำปลาไทยยี่ห้อหนึ่งถูกกักกันห้ามนำเข้า เพราะไม่ผ่านมาตรฐานของ FDA ไทยเหลือส่วนแบ่งการตลาดเพียง 35-40 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น และเมื่อปีนี้น้ำปลาไทยถูกกักกันอีก อาจส่งผลให้น้ำปลาไทยหายไปจากสหรัฐฯได้ และจะส่งกระทบกับภาพลักษณ์อาหารไทยและผู้ประกอบการร้านอาหารไทยในสหรัฐกว่า 5000 แห่ง
อ่านข่าวเพิ่มเติม:
- “พาณิชย์” ยันปัญหาส่งออกน้ำปลาไปสหรัฐฯ เป็นเพียงสุ่มตรวจตามระเบียบ
- อย.แจง น้ำปลาไทยไม่ได้ถูกแบน สหรัฐฯแค่กักสินค้านำเข้าสากล
สุรลักษณ์ ตั้งรุจิวัฒนชัย ถ่ายภาพ
ปรารถนา พรมพิทักษ์ รายงาน