ถุงบิ๊กแบ็คที่ภายในบรรจุผงสีเทาจำนวนกว่า 1,600 ตัน ถูกพบในพื้นที่โรงงานเซรามิกเก่าแห่งหนึ่ง ในพื้นที่หมู่ 7 ต.ไผ่หูช้าง อ.บางเลน จ.นครปฐม หลังชาวบ้านได้ร้องเรียนให้อุตสาหกรรมจังหวัดนครปฐมเข้าตรวจสอบ เนื่องจากได้กลิ่นเหม็นและฉุนเป็นอย่างมาก ซึ่งคล้ายกับกลิ่นแอมโมเนียโชยออกมาจากพื้นที่ดังกล่าว จนบางครั้งต้องกลั้นหายใจเวลาสัญจรผ่านไปมาและรู้สึกว่ามีอาการแน่นหน้าอกเมื่อสูดดมกลิ่มดังกล่าวเข้าไป
ทีมข่าวพีพีทีวี ได้สอบถามไปยัง อบต.ไผ่หูช้าง ถึงที่มาของถุงบิ๊กแบ็คดังกล่าว ซึ่งอยู่ห่างจาก อบต. เพียงแค่ประมาณ 3 กิโลเมตรเท่านั้น จากการสอบถามได้ข้อมูลว่าโรงงานเซรามิกแห่งนี้ได้ยกเลิกกิจการไปนานแล้ว และปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวถูกปล่อยให้เช่าต่อ แต่เจ้าหน้าที่ไม่ทราบว่าผู้ที่เช่าต่อนั้นได้นำพื้นที่ดังกล่าวไปดำเนินการอย่างไร
ส่วนเรื่องที่มีการร้องเรียนเกี่ยวกับกลิ่นเหม็นฉุน ทางเจ้าหน้าที่ อบต.ไผ่หูช้าง ระบุว่า ก็เพิ่งทราบเรื่องตอนที่อุตสาหกรรมจังหวัดลงพื้นที่ตรวจสอบเหมือนกัน
ด้านนายสมคิด ตัณฑศรีสุข อุตสาหกรรมจังหวัดนครปฐม เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบภายในถุงบิ๊กแบ็คดังกล่าว พบว่า ผงสีเทาที่พบภายในถุง เป็นตะกรันจากการหลอมอะลูมิเนียมในขั้นสุดท้าย ที่ถูกจัดให้เป็นวัตถุอันตรายประเภท 3 เนื่องจากยังมีองค์ประกอบของโลหะหนัก เช่น เหล็ก ตะกั่ว และสังกะสี ปนเปื้อนอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งต้นทุนของการกำจัดโลหะหนักดังกล่าวต้องใช้งบประมาณค่อนข้างสูงและอาจไม่คุ้มกับต้นทุน จึงอาจกลายเป็นสาเหตุหนึ่งที่นำมาสู่ปัญหาการลักลอบทิ้งวัตถุอันตรายดังกล่าว โดยเบื้องต้นทางอุตสาหกรรมจังหวัด ได้ดำเนินคดีกับเจ้าของที่ดินในความผิดตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตรายฯ เนื่องจากลักษณะการจัดเก็บไม่ได้มาตรฐานและไม่มีใบอนุญาตการขนย้าย โดยหลังจากนี้จะเร่งหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อนำวัตถุดังกล่าวออกไปกำจัดอย่างถูกวิธีต่อไป ซึ่งทางเจ้าของพื้นที่จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องค่าใช้จ่ายทั้งหมด
ขณะที่ นางเพ็ญโฉม แซ่ตั้ง ผู้อำนวยการมูลนิธิบูรณะนิเวศ ระบุว่า การลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมในประเทศไทยมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ส่วนใหญ่จะเป็นการเช่าพื้นที่แล้วนำวัตถุอันตรายมาทิ้ง แต่กรณีแบบนี้อุตสาหกรรม มักจะหาตัวผู้กระทำผิดไม่ได้ ทำให้ภาครัฐต้องกลายเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายแทน
สำหรับแนวทางการแก้ปัญหาลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม ผู้อำนวยการมูลนิธิบูรณะนิเวศ ระบุว่า ขึ้นอยู่กับความเข้มงวดจริงจังในการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะเชื่อว่าศักยภาพของกรมโรงงานอุตสาหกรรม สามารถสืบหาแหล่งต้นตอของโรงงานที่ลักลอบนำวัตถุอันตรายเหล่านี้มาทิ้งได้อย่างแน่นอน