ซึ่งก็ต้องเล่าย้อนไปก่อนว่า ก่อนจะมีเวอร์ชั่นที่เราฟังกัน ก่อนแฮชแทค #ประเทศกูมี ที่ขึ้น Trending Twitter ไปนั้นหนึ่งในคนต้นคิดเพลงอย่าง Liberate P เขาก็เคยนำมาขึ้นแสดงสด ในรายการแข่งแบทเทิล อย่าง Rap Is Now : THE WAR IS ON SEASON 3 กับเพลง "ประเทศกูมี+สิ่งที่ประเทศกูไม่มี" แต่นั่นก็เป็นที่รับรู้ในวงจำกัด
ขณะที่กระแสเพลงเริ่มจางลงบ้างแต่ต้องกลับมาเป็นข่าวกันอีกรอบ มีการเผยแพร่เพลงใหม่อย่าง "แร็ป Thailand 4.0 คนไทยสู้ได้" ซึ่งเป็นผลงานจากแนวคิดของ กระทรวงวิทยาศาสตร์ (อ่านข่าว รัฐแต่งเพลงแร็ป Thailand 4.0 ชวนคนไทยสู้ด้วยกัน)
“สวัสดีเมืองไทยตอนเช้า อย่ามัวแต่นั่งหาว เราลุกขึ้นลุกขึ้น
อย่ามัวนั่ง ถอนอกถอนใจ ทำใหม่จัดไป ให้ Wow ขึ้น Wow ขึ้น
โลกเปลี่ยน เราก็ปรับ ให้มันทัน คิดใหม่ทุกๆวัน สร้างขึ้นสร้างขึ้น
อยากเท่ อยากสวย อยากรวย ไม่มีหมูในอวย ต้องทำขึ้นทำขึ้น
ตัวเรา ลูกเรา หลานเรา ไม่น้อยหน้าใครเขาถ้าโลกเรากว้างขึ้น
ฃลูกมะพร้าว ที่เคยครอบครองไว้ ลองยกมันออกไป สว่างขึ้นสว่างขึ้น"
ว่ากันอย่างตรงไปตรงมา คือแวบแรกที่เราได้ฟัง เรานึกถึงเพลง "ยกมือขึ้น - โจอี้ บอย" ผสมกับทำนองเพลง "Auld Lang Syne" ซึ่งในเวอร์ชั่นไทยคือเพลง "สามัคคีชุมนุม”
จากนั้นก็เลยเกิดคำถามว่า ตกลงภาครัฐเอาเพลงนี้มาโต้กลับ หรือมาเป็นเพลง Diss จริง ๆ ใช่มั้ย ซึ่งเขาบอกว่าไม่ได้มีเจตนาแบบนั้น สำหรับคนนอกชายคาวัฒนธรรม Hip-Hop คงจะเกิดคำถามในใจว่าเพลง Diss คืออะไร เพลง Diss ที่เขาเรียกว่า Diss Song หรือจะเรียก Dis Track ก็ได้นะครับ คือคำว่า Diss ย่อมาจากคำเต็มว่า "Disrespect" คือแปลตรงๆ เลยว่า หมิ่น หยาม ไม่เคารพ ซึ่งในแวดวงฮิปฮอปการแสดงออกซึ่งความเคารพ นับถือกัน ไม่ว่าจะด้วยเรื่องผลงานอะไรก็ตามแต่ เราก็จะใช้คำว่า "Respect" การปล่อยเพลง Diss นั้น เกิดขึ้นได้ทั้งการไม่ชอบหน้ากัน ทำเพลงโต้ตอบกัน จนไปถึงแสดงออกถึงการต่อต้านสิ่งที่เราไม่เห็นด้วย เห็นว่าไม่ถูกต้อง
ถ้าย้อนอดีตไป ตัวอย่างที่คิดว่าคนทั่วไปน่าจะหาดูหาฟังง่ายที่สุด คือ ภาพยนต์เรื่อง Staright Outta Compton ที่สร้างจากส่วนหนึ่งของประวัติวง N.W.A ซึ่งเคยฉายในไทยกับเพลงนี้ "Fuck Tha Police" ซึ่งถือว่าเป็นเพลงต้องห้ามเพลงหนึ่ง คือเล่นที่ไหนตำรวจก็พร้อมที่จะมารวบตัว พร้อมกับตอกย้ำไปในตัวว่า แค่เกิดมาเป็นคนดำก็เหมือนว่าเป็นส่วนหนึ่งของการก่ออาชญากรรมในสายตาตำรวจกันมาตั้งแต่เกิด และเลยเถิดจนถึงการเป็นผู้ถูกกระทำมาตลอด
กลับมาดูที่วงการเพลงไทย ในปี 2544 วงการเพลงไทยอีกหนึ่งเพลงที่พูดถึงการใช้อำนาจของตำรวจ แต่ออกไปในทางเสียดสี และขบขัน นั่นคือเพลง "เสือกทำไม" ของ Da Jim จากอัลบั้ม HipHop Above The Law ที่พูดถึงตำรวจกับการตรวจผับ ซึ่งเป็นเพลงที่ก็สร้างชื่อให้เขาในแวดวงอันเดอร์กราวด์ แน่นอนว่าเขาถูกจับตา และดำเนินคดีโดยเจ้าหน้าที่รัฐ ในยุคที่มีการจัดระเบียบสังคม นั่นคือเหตุผลที่ต่อมา Da Jim ต้องขึ้นมาบนดินเพราะไม่สามารถทำเพลงใต้ดินอีก
หรืออาจจะไม่ถึงกับเป็นเพลง Diss ซะทีเดียวแต่เพลงที่ยกเหตุการที่เกี่ยวข้องกับการเมือง และความรุนแรง ความขัดแย้ง ตั้งแต่ระดับเมืองไทย จนไปถึงระดับโลกก็มีอย่างเพลง "บทกวีของลูกปืน - ฟักกลิ้งฮีโร่ Feat. เจนนิเฟอร์ คิ้ม ,Miyabi ,Icezeeman"
"เป็นเสียงสวรรค์จาก Ku Klux Klan บรรเลงให้การเหยียดผิว
เป็นบทกวีที่นำความตายสู่โซมาเลีย
เหลือเพียงเลือดและน้ำตาที่ดินแดนไทยมาเลเซีย
เป็นบทกวีจากปืนทหารอเมริกัน
บรรเลงให้อิรักฟังก่อนแม่งจะปล้นน้ำมัน
(แขวนคอซัดดัม แล้วไปปล้นประเทศอื่นต่อ)"
"ยันกระสุนปริศนาที่ราชประสงค์
ยันกระสุนของตำรวจที่ยิงคนขายผง
ยันกระสุนของพระสงฆ์ที่ยิงทำลายศาสนา
อาจเป็นกระสุนที่ผิดกฎหมาย แต่คนต่างหากคือผู้ต้องหา"
กลับมาที่ภาพการ Diss ในระดับโลกกรณีล่าสุดกันบ้าง แร็ปเปอร์ระดับโลกที่นักฟังส่วนใหญ่น่าจะรู้จัก อย่าง Eminem ผู้ซึ่งแสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่ชอบ Donald Trump และสิ่งที่ฮือฮาที่สุดคือการ Eminem ปล่อยคลิป ที่เป็นการ Freestyle Cypher โดยพุ่งเป้า ไปที่ Donald Trump ที่งาน BET Hip Hop Awards ซึ่งนั่นทำให้ชื่อของ eminem ถูกพูดถึงอย่างมากอีกครั้ง หลังจากที่เคยปล่อยเพลงมาเบา ๆ อย่าง "Like Home Ft.Alicia Keys" จากอัลบั้มก่อนหน้าอย่าง Revival
และแน่นอนว่า ในอย่างอัลบั้มล่าสุด "Kamikaze" ก็มีเพลงอย่าง "The Ringer" ที่พุ่งประเด็นไปที่ Trump เช่นเดิม กลับมาที่เรื่องปัจจุบันของบ้านเรากันต่อ หลังจากที่ออกตัวกันขึงขัง ดูเหมือนว่าน่าจะเป็นโชคดีที่ภาครัฐหยุดตัวเองทัน ไม่ทำอะไรที่รุนแรงออกมา ไม่อย่างนั้นอาจจะเหมือนเหมือนฉากหนึ่งของหนัง Straigt Outta Compton ที่ Crips กับ Blood จับมือกันแล้วหันไปซัดกับตำรวจ
แต่สิ่งหลายคนถึงกับอึ้งไปกับเพลง "แร็ป Thailand 4.0 คนไทยสู้ได้" คือ ความไม่เข้ากันของเนื้อเพลง กับจังหวะที่พยายามจะทำความคล้องจองกับถ้อยคำ ซึ่งแท้จริงแล้ววัฒนธรรมฮิปฮอป กับความเป็นคนท้องถิ่นถูกนำมาใส่ด้วยกันได้ให้กลมกลืนกว่านี้ ยกอย่างเพลง "AMAZING THAILAND - DAJIM DAJAZZ" ซึ่งพูดถึงความดีงามของประเทศไทย การพากันไปข้างหน้า ยุติความขัดแย้ง ซึ่งนั่นคือจังหวะความโจ๊ะแบบไทยที่ลงตัว
หรือหน่วยงานที่มีความถนัดจริง ๆ อย่าง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ก็เคยมีเพลงอย่าง "ท้าเที่ยวข้ามภาค" ที่เป็นการแร็ปของ นิลโลหิต และนอร์ธเทิร์น นาย
คือเพลงนี้เป็นตลกร้ายอย่างหนึ่ง คือมีเจ้าหน้าที่ของภาครัฐออกมากล่าวว่าแร็ปเปอร์ที่ร้องเพลง "ประเทศกูมี" น่าจะร้องเพลงท่องเที่ยวไทยบ้าง นี่ก็คือคำตอบชัดที่สุดเท่าที่เราชี้เป้าให้ได้ว่าเขาเคยทำมาแล้ว ไม่ว่าการปล่อยเพลง "แร็ป Thailand 4.0 คนไทยสู้ได้" ออกมาในจังหวะนี้จะเป็นการ Diss หรือไม่ก็ตาม เราก็ไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องที่ผิด ถ้ามองในฐานะของคนฟังการทำเพลง Diss นั่นคือส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมนี้
แต่ความผิดพลาดหนึ่งที่ภาครัฐเองคงไม่ได้ทราบคือ Rapper ที่อยู่ในเพลงนั้น ไม่ใช่แค่ Rapper สายการเมืองธรรมดา แต่มีทั้ง Rapper ที่อยู่เคยค่ายใหญ่ อยู่ในลำดับหัวแถวของเวที Battle มีทั้ง Rapper ที่อยู่เบื้องหลังของวงการดนตรีในปัจจุบัน ซึ่งผมยังนึกไม่ออกว่ารัฐจะเอาอะไรไปสู้ เว้นแต่หันไปปรึกษาการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือว่าให้ศิลปินที่ถนัดแนวนี้จริง ๆ มาทำเพลงให้ดีกว่า เพราะผลลัพท์คือการกด Dislike ใน Youtube จำนวนมาก และอาจจะให้คนฟังเพลงนึกในใจแบบที่เพลงนี้กำลังบอก
"Wannabe Rapper - San E (산이)"