เมื่อวันที่ (5 พ.ย. 61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ดูแลเกาะจิกรีสอร์ท นำโฉนดที่ดินเนื้อที่ 97 ตารางวา มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ ว่า เป็นผู้ครอบครองอาคารที่พักทั้งหมด และสร้างอาคารที่พักในที่ของตัวเอง แต่เมื่อกรมที่ดินตรวจสอบ กลับพบว่า โฉนดที่ดินใบนี้ เป็นพื้นที่ถัดขึ้นไปด้านบนอีก ไม่ใช่จุดสร้างอาคารที่ปรากฎในปัจจุบัน
นอกจากจะสร้างอาคารที่พักนอกเขตเอกสารสิทธิ์ที่ถือครองแล้ว ชุดปฏิบัติการฉลามขาว กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ยังพบว่า รีสอร์ทแห่งนี้สร้างที่พักลงไปในทะเลซึ่งถือว่าผิดกฎหมาย โดยอาคารที่สร้างลงไปในทะเลมี 10 หลัง เนื้อที่ 1.83 ไร่ และบนฝั่งอีก 5 หลัง เนื้อที่ 1.86 ไร่ รวมเนื้อที่บุกรุก 3.96 ไร่ เข้าข่ายความผิด มาตรา 54 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 จึงเตรียมยื่นเรื่องถึงอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ให้พิจารณาสั่งปิดโดยด่วน
ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เจ้าของพื้นที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมด้วย โดยยอมรับว่า มองด้วยตาเปล่าก็รู้ว่า รีสอร์ทแห่งนี้สร้างผิดกฎหมาย แต่ไม่ตอบคำถาม ที่ปล่อยให้รีสอร์ทนี้สร้างและดำเนินกิจการมานานกว่า 10 ปี แม้จะเห็นได้ชัดว่าผิดกฎหมาย และสามารถสั่งปิดรวมถึงรื้อถอนได้ทันที แต่ผู้ว่าราชการจังหวัด ยังขอเวลาตรวจสอบอีก 1 สัปดาห์ โดยให้เหตุผลว่า อยากให้ทางเจ้าของรีสอร์ทได้นำหลักฐานมาชี้แจงเพิ่มเติมก่อน
หน่วยปฏิบัติงานใต้น้ำ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งยัง รายงานผลตรวจสอบเชิงนิเวศ รอบเกาะจิกต่อผู้ว่าราชการจังหวัดด้วยว่า บริเวณที่สร้างอาคารที่พักลงไปเป็นที่อยู่ของปะการังแข็ง และดอกไม้ทะเล ซึ่งทั้งสองชนิดถือเป็นสัตว์น้ำที่ได้รับการคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า 2535 โดยหลังจากนี้ อีก 1 สัปดาห์ จะลงมาตรวจยึดและทำการรื้อถอนทันที
สิทธิฤกษ์ สุทธิเริงชัยกุล ถ่ายภาพ
ธิดาพร ภูแดนแผน พีพีทีวี รายงาน