แต่แพทย์แผนไทยประยุกต์ ภาวิณี อ่อนมุข รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลแผนไทยและการแพทย์ผสมผสาน ให้ข้อมูลว่าการนวดแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ 1.การนวดทั่วไปส่งเสริมสุขภาพเพื่อผ่อนคลาย และ 2. การนวดเพื่อการรักษา บางโรคการนวดมีความจำเป็น เพราะทำให้ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นได้ แต่ต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์แผนไทยประยุกต์อย่างใกล้ชิด โดยขั้นตอนสำคัญที่ทำให้การนวดปลอดภัยคือผู้รับบริการการนวดต้องประเมินตนเอง และผู้ให้บริการนวดต้องซักประวัติก่อนการนวด
สำหรับผู้ที่ห้ามนวด เช่น ผู้ที่มีภาวะความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด มีไข้เกิน 38.5 องศาเซลเซียล มีอาการอักเสบ บวม แดง ผู้ที่ประสบอุบัติเหตุใหม่ๆ เป็นต้น โดยสถานประกอบการต้องได้รับมาตรฐานจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และ เจ้าหน้าที่นวดก็ต้องได้รับใบประกาศรับรอง โดยการนวดเพื่อการรักษา ผู้ให้บริการนวด คือผู้ช่วยแพทย์แผนไทย ซึ่งต้องเรียนทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติอย่างน้อย 5 ปี
นอกจากคลินิกเอกชนที่ได้มาตรฐานจะมีบริการสำหรับการนวดเพื่อรักษาแล้ว ภาครัฐเองก็ได้ให้บริการกับประชาชน ทั้งในโรงพยาบาลประจำจังหวัด โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทั่วประเทศ รวมทั้งที่กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ซึ่งเปิดให้บริการการนวดรักษา และประคบสมุนไพร ทุกวัน (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) โดยมีค่าใช้จ่ายเพียง 200-300 บาท ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อได้ที่ 02-2243261-2
ติดตามข่าววันนี้ได้ที่นี่ >> //www.pptvhd36.com/special/ข่าววันนี้